ทำไม? ผู้ประกอบการ ต้องทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์
Last updated: 7 Nov 2025
2655 Views

คาร์บอนฟุตพริ้นท์ คือปริมาณการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากผลิตภัณฑ์หรือกิจกรรม มี 2 ประเภทหลัก ดังนี้
- Carbon Footprint Product (CFP): ปริมาณก๊าซเรือนกระจกตลอดวัฎจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์
- Carbon Footprint for Organization (CFO): ปริมาณก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมขององค์กร
- วางแผนลดการปล่อยก๊าซ: ช่วยให้องค์กรทราบและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ตอบสนองลูกค้าใน Supply Chain: ลูกค้าที่ต้องการสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- ขายคาร์บอนเครดิต: ชดเชยคาร์บอนกับองค์กรอื่นๆ
- รายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืน: ข้อมูลสำหรับจัดทำรายงานความยั่งยืนและตอบคำถามนักลงทุน
- พัฒนาโครงการในอนาคต: ขยายผลการประเมินก๊าซเรือนกระจกและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ได้การรับรอง
- แสดงความรับผิดชอบขององค์กร: สอดคล้องกับหลักการ ESG และสามารถรายงานให้ลูกค้าและตลาดหลักทรัพย์ทราบถึงความยั่งยืนขององค์กร
Related Content
พลังงานสะอาด หรือ พลังงานหมุนเวียน คือพลังงานที่ใช้แล้วไม่หมดไป เช่น พลังงานแสงอาทิตย์, พลังงานลม, พลังงานน้ำ, พลังงานชีวมวล, และพลังงานความร้อน ทุกขั้นตอนตั้งแต่การสร้าง การใช้ และการจัดการของเสียไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมเหมือนพลังงานฟอสซิล
Compare FTSE Russell ESG Scores vs SET ESG Ratings across 10 dimensions. What Thai listed companies must prepare for the 2026 transition. Insights from Thailand's #1 ESG consultancy.
ในช่วงที่ผ่านมา คาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมาย Net Zero โดยองค์กรสามารถซื้อเครดิตจากโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาใช้ชดเชยการปล่อยของตนเอง แต่ในปี 2025 ตลาดคาร์บอนโลกได้ก้าวสู่ ยุคใหม่ ที่เรียกว่า Carbon Removal Credits (CDR) หรือคาร์บอนเครดิตจากการ กำจัดคาร์บอนออกจากชั้นบรรยากาศ จริง ๆ Carbon Removal Credits (CDR) คือ คาร์บอนเครดิตที่เกิดจากกิจกรรมหรือเทคโนโลยีที่ กำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) หรือก๊าซเรือนกระจกอื่น ๆ ออกจากชั้นบรรยากาศโดยตรง และ กักเก็บไว้ในรูปแบบที่มั่นคงและยาวนาน (durable storage)


