ทำไม? ผู้ประกอบการ ต้องทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์
Last updated: 7 Nov 2025
1823 Views

คาร์บอนฟุตพริ้นท์ คือปริมาณการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากผลิตภัณฑ์หรือกิจกรรม มี 2 ประเภทหลัก ดังนี้
- Carbon Footprint Product (CFP): ปริมาณก๊าซเรือนกระจกตลอดวัฎจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์
- Carbon Footprint for Organization (CFO): ปริมาณก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมขององค์กร
- วางแผนลดการปล่อยก๊าซ: ช่วยให้องค์กรทราบและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ตอบสนองลูกค้าใน Supply Chain: ลูกค้าที่ต้องการสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- ขายคาร์บอนเครดิต: ชดเชยคาร์บอนกับองค์กรอื่นๆ
- รายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืน: ข้อมูลสำหรับจัดทำรายงานความยั่งยืนและตอบคำถามนักลงทุน
- พัฒนาโครงการในอนาคต: ขยายผลการประเมินก๊าซเรือนกระจกและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ได้การรับรอง
- แสดงความรับผิดชอบขององค์กร: สอดคล้องกับหลักการ ESG และสามารถรายงานให้ลูกค้าและตลาดหลักทรัพย์ทราบถึงความยั่งยืนขององค์กร
Related Content
ปี 2026 ถือเป็นอีกหนึ่งปีสำคัญของการเปลี่ยนผ่านด้าน ESGเพราะหลายประเด็นที่เคยเป็นเพียงแนวโน้ม หรือข้อแนะนำกำลังกลายเป็น ข้อกำหนด มาตรฐาน และต้นทุนทางธุรกิจที่เกิดขึ้นจริง
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้โลกกำลังมองหากลไกทางเศรษฐกิจเพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือ คาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) ที่องค์กรสามารถใช้ชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ แต่ระบบซื้อขายคาร์บอนเครดิตที่ใช้อยู่ในปัจจุบันยังมีปัญหาใหญ่คือ ขาดความโปร่งใสและตรวจสอบได้ยากนี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการนำ Blockchain Technology เข้ามาใช้ เพื่อสร้างระบบการซื้อขายคาร์บอนเครดิตที่เชื่อถือได้ ตรวจสอบย้อนกลับได้ และลดความเสี่ยง Greenwashing ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นสิ่งแวดล้อม แต่คือ ความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ ที่อาจส่งผลต่อรายได้ ต้นทุน และการอยู่รอดของธุรกิจ


