ทำไม? ผู้ประกอบการ ต้องทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์
อัพเดทล่าสุด: 7 พ.ย. 2025
1905 ผู้เข้าชม

คาร์บอนฟุตพริ้นท์ คือปริมาณการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากผลิตภัณฑ์หรือกิจกรรม มี 2 ประเภทหลัก ดังนี้
- Carbon Footprint Product (CFP): ปริมาณก๊าซเรือนกระจกตลอดวัฎจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์
- Carbon Footprint for Organization (CFO): ปริมาณก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมขององค์กร
- วางแผนลดการปล่อยก๊าซ: ช่วยให้องค์กรทราบและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ตอบสนองลูกค้าใน Supply Chain: ลูกค้าที่ต้องการสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- ขายคาร์บอนเครดิต: ชดเชยคาร์บอนกับองค์กรอื่นๆ
- รายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืน: ข้อมูลสำหรับจัดทำรายงานความยั่งยืนและตอบคำถามนักลงทุน
- พัฒนาโครงการในอนาคต: ขยายผลการประเมินก๊าซเรือนกระจกและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ได้การรับรอง
- แสดงความรับผิดชอบขององค์กร: สอดคล้องกับหลักการ ESG และสามารถรายงานให้ลูกค้าและตลาดหลักทรัพย์ทราบถึงความยั่งยืนขององค์กร
บทความที่เกี่ยวข้อง
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำว่า Net Zero กลายเป็นคำที่หลายองค์กรไทยให้ความสำคัญและถูกบรรจุเป็น เป้าหมายใหญ่ ในการดำเนินธุรกิจ แต่เส้นทางสู่ Net Zero ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแม้องค์กรจะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากเพียงใด ก็ยังคงมี การปล่อยที่เลี่ยงไม่ได้ อยู่เสมอ เช่น การใช้พลังงานในกระบวนการผลิต การขนส่ง หรือการใช้งานผลิตภัณฑ์ นี่คือเหตุผลว่าทำไม Carbon Credit และกลยุทธ์ Offsetting/Insetting จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มี ตลาดคาร์บอนเครดิต T-VER เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนให้องค์กรเดินหน้าไปสู่เป้าหมาย Net Zero ได้จริง
Green Supply Chain คืออะไร? สร้างห่วงโซ่อุปทานสีเขียวอย่างไร?
ESG Plan เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียและสร้างธุรกิจที่ยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ


