ทำไม? ผู้ประกอบการ ต้องทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์
อัพเดทล่าสุด: 7 พ.ย. 2025
2567 ผู้เข้าชม

คาร์บอนฟุตพริ้นท์ คือปริมาณการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากผลิตภัณฑ์หรือกิจกรรม มี 2 ประเภทหลัก ดังนี้
- Carbon Footprint Product (CFP): ปริมาณก๊าซเรือนกระจกตลอดวัฎจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์
- Carbon Footprint for Organization (CFO): ปริมาณก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมขององค์กร
- วางแผนลดการปล่อยก๊าซ: ช่วยให้องค์กรทราบและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ตอบสนองลูกค้าใน Supply Chain: ลูกค้าที่ต้องการสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- ขายคาร์บอนเครดิต: ชดเชยคาร์บอนกับองค์กรอื่นๆ
- รายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืน: ข้อมูลสำหรับจัดทำรายงานความยั่งยืนและตอบคำถามนักลงทุน
- พัฒนาโครงการในอนาคต: ขยายผลการประเมินก๊าซเรือนกระจกและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ได้การรับรอง
- แสดงความรับผิดชอบขององค์กร: สอดคล้องกับหลักการ ESG และสามารถรายงานให้ลูกค้าและตลาดหลักทรัพย์ทราบถึงความยั่งยืนขององค์กร
บทความที่เกี่ยวข้อง
ปี 2026 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ (Tipping Point) ของโลกธุรกิจไทย เมื่อประเด็น ESG กำลังเปลี่ยนสถานะจาก "ทางเลือก" สู่ "ข้อบังคับทางกฎหมาย"
รายงานความยั่งยืนในประเทศไทยมักอ้างอิงถึง GRI (Global Reporting Initiative) ด้วยหลายเหตุผลดังนี้
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้โลกกำลังมองหากลไกทางเศรษฐกิจเพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือ คาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) ที่องค์กรสามารถใช้ชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ แต่ระบบซื้อขายคาร์บอนเครดิตที่ใช้อยู่ในปัจจุบันยังมีปัญหาใหญ่คือ ขาดความโปร่งใสและตรวจสอบได้ยากนี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการนำ Blockchain Technology เข้ามาใช้ เพื่อสร้างระบบการซื้อขายคาร์บอนเครดิตที่เชื่อถือได้ ตรวจสอบย้อนกลับได้ และลดความเสี่ยง Greenwashing ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


