แนวคิดของ ESG เกี่ยวข้องกับภาวะโลกเดือดอย่างไร??
Last updated: 7 Nov 2025
896 Views

ภาวะโลกเดือด (Global Boiling) เป็นสถานการณ์ที่โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง ซึ่งองค์การสหประชาชาติประกาศในเดือนกรกฎาคม 2566 ว่าโลกได้เข้าสู่ยุคโลกเดือดแล้ว โดยเดือนกรกฎาคม 2566 เป็นเดือนที่ร้อนที่สุดในรอบ 120,000 ปี
ผลกระทบของภาวะโลกเดือด ภาวะโลกเดือดส่งผลกระทบมากกว่าที่คาด ทั้งต่อธรรมชาติและชีวิตประจำวัน เช่น
- เกษตรกรขาดแคลนน้ำในการทำเกษตรกรรม
- นักท่องเที่ยวเจออากาศร้อนจัดและฝนตกหนัก
- การขนส่งล่าช้าหรือถูกยกเลิกจากพายุและน้ำท่วม
- ปัญหาสุขภาพ เช่น โรคหัวใจและโรคทางเดินหายใจ
- สภาพจิตใจที่ย่ำแย่จากอากาศร้อน
- ค่าไฟและค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น
ความสำคัญของแนวคิด ESG
เพื่อลดวิกฤตสิ่งแวดล้อม ภาคธุรกิจต้องเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยใช้แนวคิด ESG (Environment, Social, Governance) ซึ่งช่วยพัฒนาองค์กรและตอบโจทย์สถานการณ์ปัจจุบัน แนวคิดนี้ยังเป็นดัชนีชี้วัดที่นักลงทุนใช้ในการตัดสินใจลงทุนทั่วโลก
Related Content
เมื่อ 1 ใน 3 ของพลังงานไทยถูกคุกคามจากสงครามฮอร์มุซ คำถามคือ: องค์กรไทยจะยังรอให้วิกฤตผ่านไปก่อน หรือจะเร่ง Energy Transition เพื่อความอยู่รอดระยะยาว?
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการบริหารจัดการด้านสภาพภูมิอากาศ ด้วยการผลักดัน (ร่าง) พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งถือเป็นกฎหมายด้าน Climate Change ฉบับแรกของประเทศกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ส่งผลเฉพาะภาครัฐ แต่จะกระทบโดยตรงต่อ ภาคธุรกิจและองค์กรทุกขนาด โดยเฉพาะในเรื่องการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การรายงานข้อมูล และต้นทุนด้านคาร์บอนในอนาคต
เมื่อ HRDD กลายเป็นมาตรฐานในห่วงโซ่อุปทาน การประเมินด้านความยั่งยืนระดับโลก เช่น EcoVadis จึงสะท้อนแนวคิดนี้อย่างชัดเจน


