แนวคิดของ ESG เกี่ยวข้องกับภาวะโลกเดือดอย่างไร??
Last updated: 7 Nov 2025
1011 Views

ภาวะโลกเดือด (Global Boiling) เป็นสถานการณ์ที่โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง ซึ่งองค์การสหประชาชาติประกาศในเดือนกรกฎาคม 2566 ว่าโลกได้เข้าสู่ยุคโลกเดือดแล้ว โดยเดือนกรกฎาคม 2566 เป็นเดือนที่ร้อนที่สุดในรอบ 120,000 ปี
ผลกระทบของภาวะโลกเดือด ภาวะโลกเดือดส่งผลกระทบมากกว่าที่คาด ทั้งต่อธรรมชาติและชีวิตประจำวัน เช่น
- เกษตรกรขาดแคลนน้ำในการทำเกษตรกรรม
- นักท่องเที่ยวเจออากาศร้อนจัดและฝนตกหนัก
- การขนส่งล่าช้าหรือถูกยกเลิกจากพายุและน้ำท่วม
- ปัญหาสุขภาพ เช่น โรคหัวใจและโรคทางเดินหายใจ
- สภาพจิตใจที่ย่ำแย่จากอากาศร้อน
- ค่าไฟและค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น
ความสำคัญของแนวคิด ESG
เพื่อลดวิกฤตสิ่งแวดล้อม ภาคธุรกิจต้องเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยใช้แนวคิด ESG (Environment, Social, Governance) ซึ่งช่วยพัฒนาองค์กรและตอบโจทย์สถานการณ์ปัจจุบัน แนวคิดนี้ยังเป็นดัชนีชี้วัดที่นักลงทุนใช้ในการตัดสินใจลงทุนทั่วโลก
Related Content
การทำ SDG (สหประชาชาติ 17 เป้าหมายพัฒนาที่ยั่งยืน) มีความสำคัญที่สำคัญในหลายด้าน ดังนี้
หลายองค์กรคุ้นเคยกับคำว่า CSR (Corporate Social Responsibility) มานานในขณะที่คำว่า ESG (Environmental, Social, Governance) กลายเป็นคำที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาแม้ทั้งสองแนวคิดจะมีจุดร่วมคือ ความรับผิดชอบต่อสังคมแต่ CSR และ ESG ไม่ได้มีบทบาทหรือเป้าหมายเดียวกัน และการเข้าใจความแตกต่างจะช่วยให้องค์กรวางทิศทางได้ชัดเจนขึ้น
SET ESG Ratings คือ ผลการประเมินหุ้นยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (กลต.) จัดทำขึ้น โดยประเมินจากข้อมูลผลการดำเนินงาน E S G


