แนวคิดของ ESG เกี่ยวข้องกับภาวะโลกเดือดอย่างไร??
Last updated: 7 Nov 2025
1155 Views

ภาวะโลกเดือด (Global Boiling) เป็นสถานการณ์ที่โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง ซึ่งองค์การสหประชาชาติประกาศในเดือนกรกฎาคม 2566 ว่าโลกได้เข้าสู่ยุคโลกเดือดแล้ว โดยเดือนกรกฎาคม 2566 เป็นเดือนที่ร้อนที่สุดในรอบ 120,000 ปี
ผลกระทบของภาวะโลกเดือด ภาวะโลกเดือดส่งผลกระทบมากกว่าที่คาด ทั้งต่อธรรมชาติและชีวิตประจำวัน เช่น
- เกษตรกรขาดแคลนน้ำในการทำเกษตรกรรม
- นักท่องเที่ยวเจออากาศร้อนจัดและฝนตกหนัก
- การขนส่งล่าช้าหรือถูกยกเลิกจากพายุและน้ำท่วม
- ปัญหาสุขภาพ เช่น โรคหัวใจและโรคทางเดินหายใจ
- สภาพจิตใจที่ย่ำแย่จากอากาศร้อน
- ค่าไฟและค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น
ความสำคัญของแนวคิด ESG
เพื่อลดวิกฤตสิ่งแวดล้อม ภาคธุรกิจต้องเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยใช้แนวคิด ESG (Environment, Social, Governance) ซึ่งช่วยพัฒนาองค์กรและตอบโจทย์สถานการณ์ปัจจุบัน แนวคิดนี้ยังเป็นดัชนีชี้วัดที่นักลงทุนใช้ในการตัดสินใจลงทุนทั่วโลก
Related Content
Carbon Footprint หมายถึงปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปล่อยออกมาจากกิจกรรมต่างๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
การทำ SDG (สหประชาชาติ 17 เป้าหมายพัฒนาที่ยั่งยืน) มีความสำคัญที่สำคัญในหลายด้าน ดังนี้
ประเทศไทยประกาศยกระดับเป้าหมาย Net Zero เร็วกว่ากำหนดเดิม 15 ปี จากปี 2065 เป็น 2050นั่นหมายความว่า ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคธุรกิจ ต้องเร่งปรับตัวให้พร้อมกับ ยุคคาร์บอนต่ำ ที่กำลังมาถึงเร็วกว่าที่คาดไว้การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่เรื่องของสิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียว แต่คือ โจทย์เศรษฐกิจใหม่ ที่เกี่ยวพันกับเงินทุน การลงทุน และภาพลักษณ์องค์กรโดยตรง


