แนวคิดของ ESG เกี่ยวข้องกับภาวะโลกเดือดอย่างไร??
อัพเดทล่าสุด: 7 พ.ย. 2025
832 ผู้เข้าชม

ภาวะโลกเดือด (Global Boiling) เป็นสถานการณ์ที่โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง ซึ่งองค์การสหประชาชาติประกาศในเดือนกรกฎาคม 2566 ว่าโลกได้เข้าสู่ยุคโลกเดือดแล้ว โดยเดือนกรกฎาคม 2566 เป็นเดือนที่ร้อนที่สุดในรอบ 120,000 ปี
ผลกระทบของภาวะโลกเดือด ภาวะโลกเดือดส่งผลกระทบมากกว่าที่คาด ทั้งต่อธรรมชาติและชีวิตประจำวัน เช่น
- เกษตรกรขาดแคลนน้ำในการทำเกษตรกรรม
- นักท่องเที่ยวเจออากาศร้อนจัดและฝนตกหนัก
- การขนส่งล่าช้าหรือถูกยกเลิกจากพายุและน้ำท่วม
- ปัญหาสุขภาพ เช่น โรคหัวใจและโรคทางเดินหายใจ
- สภาพจิตใจที่ย่ำแย่จากอากาศร้อน
- ค่าไฟและค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น
ความสำคัญของแนวคิด ESG
เพื่อลดวิกฤตสิ่งแวดล้อม ภาคธุรกิจต้องเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยใช้แนวคิด ESG (Environment, Social, Governance) ซึ่งช่วยพัฒนาองค์กรและตอบโจทย์สถานการณ์ปัจจุบัน แนวคิดนี้ยังเป็นดัชนีชี้วัดที่นักลงทุนใช้ในการตัดสินใจลงทุนทั่วโลก
บทความที่เกี่ยวข้อง
ในปี 2026 เป็นต้นไป สหภาพยุโรป (EU) จะเริ่มเก็บ ภาษีคาร์บอนข้ามพรมแดน หรือ Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) อย่างเป็นทางการ มาตรการนี้ออกแบบมาเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและลด Carbon Leakage (การย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่มีกฎคาร์บอนอ่อนกว่า) CBAM ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของยุโรป แต่ส่งผลโดยตรงต่อผู้ส่งออกทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่พึ่งพาตลาด EU เช่น เหล็ก ซีเมนต์ เคมีภัณฑ์ และอาหารในอนาคต
SET ESG Ratings คือ ผลการประเมินหุ้นยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (กลต.) จัดทำขึ้น โดยประเมินจากข้อมูลผลการดำเนินงาน E S G
หลายองค์กรไม่ได้ล้มเพราะ เหตุใหญ่แต่ล้มเพราะการจัดการเหตุการณ์ (Incident Management) ที่ไม่เป็นระบบ


