แนวคิดของ ESG เกี่ยวข้องกับภาวะโลกเดือดอย่างไร??
อัพเดทล่าสุด: 7 พ.ย. 2025
776 ผู้เข้าชม

ภาวะโลกเดือด (Global Boiling) เป็นสถานการณ์ที่โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง ซึ่งองค์การสหประชาชาติประกาศในเดือนกรกฎาคม 2566 ว่าโลกได้เข้าสู่ยุคโลกเดือดแล้ว โดยเดือนกรกฎาคม 2566 เป็นเดือนที่ร้อนที่สุดในรอบ 120,000 ปี
ผลกระทบของภาวะโลกเดือด ภาวะโลกเดือดส่งผลกระทบมากกว่าที่คาด ทั้งต่อธรรมชาติและชีวิตประจำวัน เช่น
- เกษตรกรขาดแคลนน้ำในการทำเกษตรกรรม
- นักท่องเที่ยวเจออากาศร้อนจัดและฝนตกหนัก
- การขนส่งล่าช้าหรือถูกยกเลิกจากพายุและน้ำท่วม
- ปัญหาสุขภาพ เช่น โรคหัวใจและโรคทางเดินหายใจ
- สภาพจิตใจที่ย่ำแย่จากอากาศร้อน
- ค่าไฟและค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น
ความสำคัญของแนวคิด ESG
เพื่อลดวิกฤตสิ่งแวดล้อม ภาคธุรกิจต้องเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยใช้แนวคิด ESG (Environment, Social, Governance) ซึ่งช่วยพัฒนาองค์กรและตอบโจทย์สถานการณ์ปัจจุบัน แนวคิดนี้ยังเป็นดัชนีชี้วัดที่นักลงทุนใช้ในการตัดสินใจลงทุนทั่วโลก
บทความที่เกี่ยวข้อง
ในโลกการลงทุน เรามักคุ้นกับคำว่า ROI (Return on Investment) ที่ใช้วัดผลตอบแทนทางการเงินจากการลงทุน แต่เมื่อพูดถึงโครงการเพื่อสังคมหรือสิ่งแวดล้อม ROI อาจไม่เพียงพอที่จะสะท้อนคุณค่าที่แท้จริงของการลงทุนได้ เพราะผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้มีเพียงผลกำไรเชิงตัวเลข แต่ยังครอบคลุมถึง คุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ ความเท่าเทียม และสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น
COP28 คือการประชุมประจำปีของภาคีอนุสัญญากรอบสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ซึ่งเน้นการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ
การจัดทำแผนการทำ ESG (Environmental, Social, and Governance) สำหรับธุรกิจนั้นเป็นกระบวนการที่จะช่วยให้ธุรกิจมีความยั่งยืนและสอดคล้องกับความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายในยุคปัจจุบัน


