คาร์บอนเครดิตคืออะไร?
Carbon Credit คือหน่วยวัดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (1 คาร์บอนเครดิต = การลด/กักเก็บก๊าซเรือนกระจก 1 ตัน CO₂e) ที่องค์กรสามารถซื้อขายเพื่อชดเชยการปล่อยของตนเอง
- ตลาดบังคับ (Compliance Market) → ใช้ในประเทศ/ภูมิภาคที่มีกฎหมายกำหนด เช่น EU ETS
- ตลาดสมัครใจ (Voluntary Carbon Market: VCM) → องค์กรซื้อเครดิตโดยสมัครใจเพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero
ปัญหาของตลาดคาร์บอนเครดิตปัจจุบัน
- Greenwashing → บางองค์กรซื้อเครดิตราคาถูกแต่ไม่ได้ช่วยลดคาร์บอนจริง
- การตรวจสอบยาก → ข้อมูลไม่โปร่งใส ทำให้ไม่รู้ว่าเครดิตนั้นมาจากโครงการใด
- ธุรกรรมล่าช้า → กระบวนการซื้อขายผ่านตัวกลางหลายชั้น ใช้เวลาและต้นทุนสูง
Blockchain กับการปฏิวัติตลาดคาร์บอนเครดิต
Blockchain คือเทคโนโลยีฐานข้อมูลแบบกระจายศูนย์ (Decentralized Ledger) ที่มีคุณสมบัติ
- โปร่งใส (Transparency) → ทุกธุรกรรมถูกบันทึกและตรวจสอบได้โดยสาธารณะ
- ตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) → สามารถยืนยันที่มาของคาร์บอนเครดิตว่าเกิดจากโครงการจริง
- ป้องกันการปลอมแปลง (Security) → ลดการซื้อขายซ้ำหรือเครดิตปลอม
- ธุรกรรมที่รวดเร็วและต้นทุนต่ำกว่า ผ่าน Smart Contract
ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ Blockchain & Carbon Credit
- Toucan Protocol → เชื่อมตลาดคาร์บอนเครดิตเข้ากับ DeFi (Decentralized Finance)
- KlimaDAO → ใช้โทเคนคาร์บอนเพื่อสร้างแรงจูงใจให้องค์กรลงทุนในเครดิตคุณภาพสูง
- Verra และ Gold Standard → ผู้กำหนดมาตรฐานเครดิตคาร์บอนเริ่มทดสอบการบันทึกธุรกรรมผ่าน Blockchain
- ตลาดคาร์บอนในไทย (T-VER) → มีแนวโน้มศึกษาการใช้ Blockchain เพื่อยกระดับความโปร่งใส
ประโยชน์ของ Blockchain ต่อ Carbon Credit
- ลดความเสี่ยง Greenwashing เพราะตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน
- เพิ่มความน่าเชื่อถือและความเชื่อมั่นจากนักลงทุนและผู้บริโภค
- ลดต้นทุนธุรกรรม และเปิดโอกาสให้องค์กรขนาดเล็กสามารถเข้าถึงตลาดคาร์บอนได้
- เชื่อมโยงตลาดเครดิตในระดับโลกได้ง่ายขึ้น
Blockchain & Carbon Credit กำลังกลายเป็น “ยุคใหม่” ของตลาดคาร์บอนเครดิต ที่ไม่เพียงสร้างความโปร่งใสและตรวจสอบย้อนกลับได้ แต่ยังช่วยแก้ปัญหา Greenwashing ที่โลกเผชิญมายาวนาน องค์กรที่ก้าวเข้าสู่ระบบนี้ก่อน ย่อมมีความได้เปรียบทั้งด้านความน่าเชื่อถือและการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ได้อย่างแท้จริง