ผลเสียต่อธุรกิจหากไม่ปรับตัวไปตามแนวคิด ESG
Last updated: 7 Nov 2025
1428 Views

ธุรกิจที่ไม่ปรับตัวให้สอดคล้องกับแนวคิด ESG (Environmental, Social and Governance) เผชิญความเสี่ยงและผลเสียหลายประการ ดังนี้
- เสียภาพลักษณ์และชื่อเสียง ผู้บริโภคและนักลงทุนให้ความสำคัญกับธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม การไม่ปรับตัวอาจสูญเสียความเชื่อมั่นและโอกาสทางธุรกิจ
- สูญเสียความได้เปรียบในการแข่งขัน ธุรกิจที่ยึดมั่นในหลัก ESG ดึงดูดนักลงทุนและพันธมิตร ขณะที่ธุรกิจที่ไม่ปรับตัวอาจเสียเปรียบและขาดแหล่งเงินทุน
- เผชิญความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ หลายประเทศมีกฎหมายเข้มงวดเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและธรรมาภิบาล การไม่ปฏิบัติตามอาจเผชิญค่าปรับหรือการดำเนินคดี
- เสี่ยงต่อวิกฤต ธุรกิจที่ไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม มีความเสี่ยงสูงต่อวิกฤต เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติหรือมลพิษ
- สูญเสียโอกาสทางธุรกิจ แนวโน้มผู้บริโภคและนักลงทุนกำลังเปลี่ยนไป โดยให้ความสำคัญกับธุรกิจที่คำนึงถึง ESG มากขึ้น ธุรกิจที่ไม่ปรับตัวอาจสูญเสียโอกาสสำคัญ
Related Content
โลกธุรกิจในศตวรรษที่ 21 เผชิญแรงกดดันมหาศาลในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ที่เป็นต้นเหตุของภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ องค์กรต่าง ๆ ไม่สามารถมองเพียง การดำเนินงานภายในองค์กร ได้อีกต่อไป แต่ต้องครอบคลุมทั้ง ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ตั้งแต่ผู้ผลิตวัตถุดิบจนถึงผู้บริโภคScience-Based Targets initiative (SBTi) จึงกลายเป็นมาตรฐานสากลที่องค์กรทั่วโลกเลือกใช้ เพื่อกำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซที่สอดคล้องกับวิทยาศาสตร์ และสอดรับกับเป้าหมายของข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) ที่ต้องการจำกัดอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5°C
ประเทศไทยประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนในการประชุม รัฐภาคีว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP30) ว่าพร้อมเดินหน้าอย่างจริงจังเพื่อ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยมี 3 ประเด็นสำคัญ ที่ไทยนำเสนอในเวทีโลกครั้งนี้
การเริ่มประยุกต์ใช้ Sustainable Development Goals (SDGs) ในธุรกิจสามารถทำได้ดังนี้


