กำไร!! ของการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน (ESG)
Last updated: 7 Nov 2025
791 Views

แนวคิด ESG (Environment, Social, Governance) คือการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงความยั่งยืนในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล ซึ่งได้รับความนิยมจากนักลงทุนทั่วโลกเพราะช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุนและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ
ปัจจัยหลักของ ESG
- Environment (สิ่งแวดล้อม): การดำเนินธุรกิจที่ลดผลกระทบต่อธรรมชาติ เช่น การปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้วัตถุดิบ และการจัดการของเสีย
- Social (สังคม): การจัดการความสัมพันธ์กับพนักงาน ลูกค้า ชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น การขจัดปัญหาแรงงานทาสและแรงงานเด็ก และการให้ค่าตอบแทนที่เป็นธรรม - Governance (ธรรมาภิบาล): การกำกับดูแลที่ดี โปร่งใส และตรวจสอบได้ของคณะกรรมการและฝ่ายจัดการในองค์กร
ประโยชน์ของการใช้แนวคิด ESG
- สร้างความน่าเชื่อถือและความโดดเด่นให้กับธุรกิจ
- ลดความเสี่ยงในการลงทุน
- ตอบสนองความต้องการของนักลงทุนที่สนใจการลงทุนอย่างยั่งยืน
- สถาบันการเงินมักจะสนับสนุนบริษัทที่คำนึงถึง ESG และไม่สนับสนุนบริษัทที่ก่อให้เกิดผลกระทบทางลบต่อสิ่งแวดล้อม
บริษัทที่ดำเนินธุรกิจตามแนวคิด ESG มักสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าในระยะยาว เนื่องจากมีการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ดีกว่า และสามารถเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งทำให้มีศักยภาพที่เหนือกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจน
Related Content
เมื่อพูดถึง ESG หลายคนอาจนึกถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม (Environment) เป็นอันดับแรก แต่จริง ๆ แล้ว มิติ S Social กำลังกลายเป็นจุดสนใจของนักลงทุนและผู้บริโภคมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะ องค์กรที่เติบโตได้อย่างแท้จริง ต้องเติบโตไปพร้อมกับผู้คนและสังคม
เมื่อ HRDD กลายเป็นมาตรฐานในห่วงโซ่อุปทาน การประเมินด้านความยั่งยืนระดับโลก เช่น EcoVadis จึงสะท้อนแนวคิดนี้อย่างชัดเจน
ในปี 2026 เป็นต้นไป สหภาพยุโรป (EU) จะเริ่มเก็บ ภาษีคาร์บอนข้ามพรมแดน หรือ Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) อย่างเป็นทางการ มาตรการนี้ออกแบบมาเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและลด Carbon Leakage (การย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่มีกฎคาร์บอนอ่อนกว่า) CBAM ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของยุโรป แต่ส่งผลโดยตรงต่อผู้ส่งออกทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่พึ่งพาตลาด EU เช่น เหล็ก ซีเมนต์ เคมีภัณฑ์ และอาหารในอนาคต


