GRI และ SDGs ในรายงานความยั่งยืน สอดคล้องกันอย่างไร
Last updated: 7 Nov 2025
2212 Views

GRI (Global Reporting Initiative) และ SDGs (Sustainable Development Goals) ทั้งสองเป็นเครื่องมือหลักที่ถูกใช้งานอย่างแพร่หลายในการรายงานความยั่งยืนและการปฏิบัติตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนตามความต้องการของสหประชาชาติ (UN) ด้วยเหตุนี้ การให้ GRI และ SDGs มีความสอดคล้องกันมีความสำคัญอย่างยิ่ง:
- การสนับสนุนเป้าหมาย: GRI ช่วยให้องค์กรสามารถระบุและรายงานเกี่ยวกับผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมของธุรกิจของพวกเขา ในขณะที่ SDGs กำหนดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนซึ่งต้องการความร่วมมือจากภาคธุรกิจเพื่อทำให้มันเป็นจริง
- การเชื่อมต่อกัน: รายงาน GRI สามารถช่วยในการเน้นความสนใจในความพยายามขององค์กรที่สอดคล้องกับ SDGs เฉพาะ
- การแนะนำแนวทางการรายงาน: GRI มีแนวทางแนะนำในการรายงานเฉพาะเกี่ยวกับการบริหารจัดการความยั่งยืนขององค์กร ซึ่งสามารถช่วยในการตอบสนองต่อเป้าหมาย SDGs ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- การเปรียบเทียบและวิเคราะห์: การรายงานตาม GRI ช่วยให้องค์กรสามารถเปรียบเทียบและวิเคราะห์การสนับสนุนของพวกเขาต่อ SDGs ได้โดยมีความชัดเจน
- การสนับสนุนนโยบาย: การเชื่อมต่อระหว่าง GRI และ SDGs ช่วยให้องค์กรสามารถสนับสนุนนโยบายและกรอบการทำงานที่ดีที่สุดเพื่อทำให้เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นจริง
ด้วยเหตุนี้ องค์กรที่รายงานตาม GRI และเน้นเป้าหมาย SDGs จะสามารถสื่อสารและแสดงถึงการสนับสนุนของพวกเขาต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพและความโปร่งใส
Related Content
ในช่วงที่ผ่านมา คาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมาย Net Zero โดยองค์กรสามารถซื้อเครดิตจากโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาใช้ชดเชยการปล่อยของตนเอง แต่ในปี 2025 ตลาดคาร์บอนโลกได้ก้าวสู่ ยุคใหม่ ที่เรียกว่า Carbon Removal Credits (CDR) หรือคาร์บอนเครดิตจากการ กำจัดคาร์บอนออกจากชั้นบรรยากาศ จริง ๆ Carbon Removal Credits (CDR) คือ คาร์บอนเครดิตที่เกิดจากกิจกรรมหรือเทคโนโลยีที่ กำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) หรือก๊าซเรือนกระจกอื่น ๆ ออกจากชั้นบรรยากาศโดยตรง และ กักเก็บไว้ในรูปแบบที่มั่นคงและยาวนาน (durable storage)
ในยุคที่ ESG กลายเป็น ภาษากลาง ของธุรกิจทั่วโลก การทำรายงานที่ดี ไม่ได้วัดแค่ ทำครบ แต่ต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้ และสร้างความน่าเชื่อถือ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การประเมินความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนไม่ได้จำกัดอยู่แค่ คะแนน ESG อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น เครื่องมือสำคัญที่นักลงทุนใช้ตัดสินใจหนึ่งในองค์กรที่มีอิทธิพลอย่างมากคือ FTSE Russell ผู้จัดทำดัชนีระดับโลกที่นำข้อมูล ESG ไปใช้ประกอบการจัดอันดับและตัดสินการเข้าดัชนีต่าง ๆและปีนี้คือปีที่องค์กรในตลาดหลักทรัพย์ไทยต้อง ตื่นตัวจริงจังเพราะไทม์ไลน์การประเมินกำลังเปลี่ยนไป เร็วขึ้น เข้มขึ้น และครอบคลุมบริษัทมากขึ้นกว่าเดิม


