Share

อยากทำ ESG ต้องเริ่มต้นอย่างไร

Last updated: 7 Nov 2025
2594 Views

การกำหนดลำดับความสำคัญในการเริ่มต้นปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับ ESG (Environmental, Social, Governance) จะขึ้นอยู่กับธุรกิจและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจขององค์กรนั้นๆ คำแนะนำสำหรับการเริ่มต้นทำ ESG มีดังนี้ :

1.       การประเมินภาพรวม: ขั้นตอนแรกควรเป็นการทำการประเมินหรือการวิเคราะห์เพื่อทำความเข้าใจถึงสภาพปัจจุบันขององค์กรของคุณทางด้าน ESG วิเคราะห์ว่าธุรกิจของคุณมีผลกระทบกับด้านใดของ ESG มากที่สุดและเริ่มจากด้านนั้น

2.       Environmental (สิ่งแวดล้อม): ถ้าธุรกิจของคุณมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมาก เช่น การปล่อยก๊าซเรือนกระจก, การใช้ทรัพยากรธรรมชาติ, หรือการจัดการขยะ คุณอาจจะเริ่มจากการกำหนดวิธีการลดผลกระทบเหล่านี้

3.       Social (สังคม): ถ้าธุรกิจของคุณมีผลกระทบทางสังคมเช่น การจ้างงาน, สิทธิของแรงงาน, หรือความมั่นคงของสังคม คุณอาจจะเริ่มต้นด้วยการสร้างมาตรการที่ช่วยปรับปรุงสภาพเหล่านี้

4.       Governance (การกำกับดูแล): ถ้าธุรกิจของคุณมีปัญหาเกี่ยวกับการกำกับดูแล เช่น ความโปร่งใส, ความรับผิดชอบของผู้บริหาร, หรือการป้องกันการทุจริต คุณควรจะเริ่มต้นจากการปรับปรุงเรื่องเหล่านี้

            แต่ละองค์กรจะมีความท้าทายและโอกาสที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นการเริ่มต้นที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและข้อตกลงในการทำธุรกิจเฉพาะขององค์กรนั้น


Related Content
ทำไม SBTi ถึงกลายเป็นมาตรฐานใหม่ในห่วงโซ่อุปทานของบริษัททั่วโลก
โลกธุรกิจในศตวรรษที่ 21 เผชิญแรงกดดันมหาศาลในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ที่เป็นต้นเหตุของภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ องค์กรต่าง ๆ ไม่สามารถมองเพียง การดำเนินงานภายในองค์กร ได้อีกต่อไป แต่ต้องครอบคลุมทั้ง ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ตั้งแต่ผู้ผลิตวัตถุดิบจนถึงผู้บริโภคScience-Based Targets initiative (SBTi) จึงกลายเป็นมาตรฐานสากลที่องค์กรทั่วโลกเลือกใช้ เพื่อกำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซที่สอดคล้องกับวิทยาศาสตร์ และสอดรับกับเป้าหมายของข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) ที่ต้องการจำกัดอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5°C
ทำไมองค์กรที่อยากได้รับการยอมรับอย่าง EcoVadis จึงหลีกเลี่ยง HRDD ไม่ได้
เมื่อ HRDD กลายเป็นมาตรฐานในห่วงโซ่อุปทาน การประเมินด้านความยั่งยืนระดับโลก เช่น EcoVadis จึงสะท้อนแนวคิดนี้อย่างชัดเจน
Digital Carbon Label สินค้าในอนาคตจะมี ฉลากคาร์บอน เหมือนฉลากโภชนาการ
ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงรสชาติ คุณภาพ หรือราคาอีกต่อไป แต่ยังใส่ใจ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ของสินค้าที่เลือกซื้อ แนวคิด Digital Carbon Label หรือ ฉลากคาร์บอนดิจิทัล จึงถูกพัฒนาให้ทำหน้าที่คล้ายกับ ฉลากโภชนาการ ที่เราคุ้นเคย เพียงแต่แทนที่จะบอกปริมาณแคลอรี ไขมัน หรือโปรตีน กลับเป็นข้อมูล ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปล่อย ตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Privacy Policy and Cookies Policy
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy