บทบาทของประเทศไทยในการประชุม COP30: ก้าวสำคัญสู่เป้าหมาย ลดก๊าซเรือนกระจก 47% ภายในปี 2573

ประเทศไทยประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนในการประชุม รัฐภาคีว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP30) ว่าพร้อมเดินหน้าอย่างจริงจังเพื่อ “ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก” และเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยมี 3 ประเด็นสำคัญ ที่ไทยนำเสนอในเวทีโลกครั้งนี้

1. ตั้งเป้าลดก๊าซเรือนกระจก 47% ภายในปี 2573

ประเทศไทยยืนยันเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เกือบครึ่งหนึ่งจากระดับปี 2562 หรือประมาณ 152 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
ภายใต้ เป้าหมาย NDC (Nationally Determined Contribution) ฉบับที่ 3.0 ซึ่งสอดคล้องกับ ข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) ที่มุ่งจำกัดอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5°C

เป้าหมายนี้ยังเชื่อมโยงกับ วิสัยทัศน์ระยะยาวของประเทศ ในการมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2593 (2050) ซึ่งถือเป็นสัญญาณชัดว่า ภาคธุรกิจของไทยต้องเริ่ม “ลงมือจริง” เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนอย่างมีระบบ

2. เดินหน้ากฎหมาย “โลกร้อนฉบับแรกของไทย”

รัฐบาลไทยกำลังผลักดัน ร่างกฎหมายด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Act) ซึ่งจะเป็นกฎหมายฉบับแรกของประเทศที่กำหนดทิศทางและกลไกการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างชัดเจน

หัวใจสำคัญของกฎหมายนี้คือ

การจัดตั้ง “กองทุนสภาพภูมิอากาศ (Climate Fund)” เพื่อสนับสนุนโครงการลดคาร์บอน
การกำหนด “ราคาคาร์บอน” หรือ “ภาษีคาร์บอน” เพื่อให้ทุกภาคส่วนร่วมรับผิดชอบต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส
นี่คือก้าวสำคัญที่ทำให้ภาคธุรกิจของไทยไม่อาจอยู่เฉย — เพราะในอนาคต “ต้นทุนคาร์บอน” จะกลายเป็นตัวแปรสำคัญของการดำเนินงานทุกองค์กร


3. ขับเคลื่อนผ่านเวที TCAC – สร้างพลังร่วมของทุกภาคส่วน

ประเทศไทยยังใช้เวที Thailand Climate Action Conference (TCAC) เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงการทำงานของภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อเร่งให้ “ทศวรรษแห่งการเปลี่ยนผ่าน (Decade of Transition)” เกิดขึ้นจริง

TCAC จะเป็นพื้นที่แห่งความร่วมมือ ที่ทุกภาคส่วนสามารถนำเสนอแนวทางลดคาร์บอน เทคโนโลยีสีเขียว และนวัตกรรมที่ช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมาย Net Zero ได้เร็วขึ้น

  แล้วธุรกิจไทยควรทำอย่างไรต่อจากนี้?

เป้าหมายระดับประเทศจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าองค์กรและธุรกิจไม่เริ่ม “วัด” และ “จัดการ” การปล่อยคาร์บอนของตัวเองอย่างจริงจัง

สิ่งที่ภาคเอกชนควรเริ่มต้นทันที คือ
  •  การจัดทำ Carbon Footprint for Organization (CFO) เพื่อรู้จุดปล่อยหลักในองค์กร
  • การวางระบบ ISO 14064-1 ให้สามารถจัดเก็บและรายงานข้อมูลได้อย่างถูกต้องตามมาตรฐาน
  • การจัดทำรายงาน TCFD / IFRS S2 เพื่อเปิดเผยความเสี่ยงด้าน Climate Change อย่างโปร่งใส
  • การพัฒนา Roadmap สู่ Net Zero ที่สอดคล้องกับเป้าหมายประเทศ

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้