og:title: ESGPRO – Thailand ESG & Sustainability Consulting og:description: Expert in GRI, IFRS S1/S2, SET ESG Rating, Double Materiality, Sustainability Report, Carbon Footprint ISO 14064-1. og:type: website og:url: https://www.esgprothai.com/ og FTSE Russell กับไทม์ไลน์ใหม่: สัญญาณเตือนให้องค์กรในตลาดหลักทรัพย์เร่งปรับตัวด้าน ESG

FTSE Russell กับไทม์ไลน์ใหม่: สัญญาณเตือนให้องค์กรในตลาดหลักทรัพย์เร่งปรับตัวด้าน ESG

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การประเมินความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนไม่ได้จำกัดอยู่แค่ “คะแนน ESG” อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น เครื่องมือสำคัญที่นักลงทุนใช้ตัดสินใจ
หนึ่งในองค์กรที่มีอิทธิพลอย่างมากคือ FTSE Russell ผู้จัดทำดัชนีระดับโลกที่นำข้อมูล ESG ไปใช้ประกอบการจัดอันดับและตัดสินการเข้าดัชนีต่าง ๆ

และปีนี้คือปีที่องค์กรในตลาดหลักทรัพย์ไทยต้อง “ตื่นตัวจริงจัง”
เพราะไทม์ไลน์การประเมินกำลังเปลี่ยนไป เร็วขึ้น เข้มขึ้น และครอบคลุมบริษัทมากขึ้นกว่าเดิม


ไทม์ไลน์ใหม่ที่บริษัทต้องรู้

✓ ปี 2567 – 2568: ช่วงเปลี่ยนผ่าน (Transition Phase)

SET จะยัง ไม่ประกาศคะแนน ESG ของตัวเอง
ขณะที่ FTSE Russell เริ่มขยาย Coverage บริษัทไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

  • ปี 2567: ครอบคลุม 227 บริษัท
  • ปี 2568: เพิ่มเป็น 300+ บริษัท
องค์กรไทยมีเวลา “เตรียมตัว” เพียง 2 ปี ก่อนการประเมินจริงจะเริ่มขึ้น


✓ ปี 2569: เริ่มบังคับใช้จริง (Implementation Year)

SET จะเริ่ม ประกาศผลคะแนน ESG ต่อสาธารณะ
และ FTSE Russell จะประเมินเข้มข้นมากขึ้น ครอบคลุมถึง 350+ บริษัท

บริษัทที่ละเลย หรือยังไม่มีข้อมูลพร้อม จะเสียเปรียบอย่างมากในสายตานักลงทุน


✓ ปี 2570 เป็นต้นไป: เข้าสู่การประเมินแบบเต็มรูปแบบ

Coverage ของ FTSE Russell จะเพิ่มเป็น 400+ บริษัท
รวมทั้ง

  • ผู้เข้าดัชนี SET ESG Ratings ‘69
  • SET100 Index
  • และบริษัทที่ถูกเลือกเข้ารายงานแบบ “สมัครใจ” (ตามเกณฑ์คุณภาพข้อมูล)

กล่าวง่าย ๆ — ตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป บริษัทไทยแทบทั้งหมดจะถูกประเมิน ESG แบบเต็มรูปแบบ ไม่มีข้อยกเว้นอีกต่อไป

 แล้วทำไมธุรกิจถึงต้องเริ่ม “ลงมือจริงจัง” ตั้งแต่ปีนี้?

เพราะในปี 2569 เป็นต้นไป คะแนน ESG จะไม่ใช่ “ข้อมูลภายใน” อีกต่อไป
แต่จะถูกเผยแพร่สู่สาธารณะ

  • นักลงทุนกองทุนต่างชาติจะเห็น
  • คู่ค้าจะเห็น
  • ลูกค้าจะเห็น
และ FTSE Russell จะใช้ข้อมูลนั้นในการพิจารณาว่า
บริษัทคุณ “ควรอยู่” หรือ “ควรถูกปรับออก” จากดัชนีสำคัญ เช่น
  • FTSE4Good
  • FTSE ASEAN
  • FTSE Global Equity Index Series

การหลุดดัชนี → ส่งผลโดยตรงต่อเม็ดเงินลงทุน (fund flow) และภาพลักษณ์ในตลาดทุน


สิ่งที่องค์กรต้องเริ่มทำตั้งแต่วันนี้ (ไม่ใช่ปีหน้า)

เพื่อรับมือกับการประเมินที่เข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะมิติ E และ Climate
องค์กรควรเริ่มจากการมี ข้อมูลที่วัดได้จริง โปร่งใส และตรวจสอบได้:

1) วัด Carbon Footprint for Organization (CFO) / ISO14064-1
เพื่อให้มีตัวเลขพร้อมใส่ในรายงาน FTSE / SET ESG Ratings
2) จัดทำรายงาน TCFD / IFRS S2
เพราะ FTSE Russell เน้นมากเรื่อง Climate Risk Disclosure
3) สร้าง Suatainability Report หรือ One Report ที่ตอบโจทย์เกณฑ์สากล
ข้อมูลต้องครบ ชัด และสอดคล้องกันทุกช่องทาง


Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้