og:title: ESGPRO – Thailand ESG & Sustainability Consulting og:description: Expert in GRI, IFRS S1/S2, SET ESG Rating, Double Materiality, Sustainability Report, Carbon Footprint ISO 14064-1. og:type: website og:url: https://www.esgprothai.com/ og
ภาษีคาร์บอนคืออะไร?
ภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) คือกลไกทางเศรษฐศาสตร์ที่กำหนดให้ผู้ปล่อยมลพิษต้องจ่าย “ต้นทุน” ตามปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยทั่วไปจะคำนวณในหน่วย บาท/ตัน CO2e
ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้น โดยอัตราที่ถูกเสนอเบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 200 บาท/ตัน CO2e สำหรับกลุ่มเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น น้ำมันและก๊าซ (กรมสรรพสามิต, 2568)
ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมไทย
1. ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น
อุตสาหกรรมที่พึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลโดยตรง เช่น ปูนซีเมนต์ เหล็ก เคมีภัณฑ์ พลังงาน และขนส่ง จะได้รับผลกระทบชัดเจนจากการจัดเก็บภาษีคาร์บอน → ต้นทุนการผลิตและราคาสินค้าเพิ่มขึ้น
2. แรงกดดันจากตลาดโลก
ภาษีคาร์บอนของไทยยังสอดรับกับกฎ Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) ของสหภาพยุโรป ที่จะบังคับใช้เต็มรูปแบบในปี 2026 ดังนั้น หากอุตสาหกรรมไทยไม่ปรับตัว จะเสียเปรียบคู่แข่งที่มีต้นทุนคาร์บอนต่ำกว่า
3. โอกาสสำหรับผู้ประกอบการสีเขียว
ในอีกมุมหนึ่ง อุตสาหกรรมที่ลงทุนใน พลังงานหมุนเวียน หรือ เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ จะได้เปรียบ เพราะสามารถลดภาระภาษีคาร์บอน และสร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขัน
ภาษีคาร์บอนกับการต่อยอด Net Zero
แม้ภาษีคาร์บอนจะถูกมองว่าเป็น “ต้นทุนใหม่” แต่หากมองในระยะยาว สามารถเป็น แรงขับเคลื่อนสำคัญสู่ Net Zero ได้ ดังนี้
การจัดเก็บภาษีคาร์บอนในปี 2568 ไม่ได้เป็นเพียงมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็น สัญญาณสำคัญ ที่บอกให้อุตสาหกรรมไทยต้องเร่งปรับตัว หากองค์กรสามารถใช้ภาษีคาร์บอนเป็นแรงผลักดันไปสู่ การลงทุนคาร์บอนต่ำ การซื้อขายคาร์บอนเครดิต และการกำหนด Net Zero Strategy ได้จริง ภาษีนี้จะไม่ใช่เพียงต้นทุน แต่คือ โอกาสในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในยุคเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ