แชร์

FTSE Russell ESG Score คืออะไร? บริษัท SET50 ต้องเตรียมตัวอย่างไร ปี 2569

อัพเดทล่าสุด: 12 มิ.ย. 2026
404 ผู้เข้าชม
แผนภาพการเปลี่ยนผ่านจาก SET ESG Ratings มาเป็น FTSE Russell ESG Score สำหรับบริษัทจดทะเบียนไทย ปี 2569

ปี 2569 ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของตลาดทุนไทย — SET ประกาศเปลี่ยนจากระบบ SET ESG Ratings ที่ใช้มา 11 ปี มาเป็น FTSE Russell ESG Scores มาตรฐานสากล บทความนี้อธิบายทุกสิ่งที่ผู้บริหาร SET50 ต้องรู้

1. FTSE Russell ESG Score คืออะไร?
FTSE Russell (Financial Times Stock Exchange Russell) คือบริษัทจัดทำดัชนีตลาดทุนชั้นนำของโลก ภายใต้กลุ่ม London Stock Exchange Group (LSEG) ซึ่งให้บริการ ESG Rating แก่บริษัทมากกว่า 7,200 แห่งใน 47 ประเทศ

FTSE Russell ESG Score คะแนนอยู่ระหว่าง 0–5 แบ่งเป็น 3 มิติหลัก:

▪      Environmental (E): Carbon Emissions, Water Use, Biodiversity, Supply Chain

▪      Social (S): Labor Standards, Health & Safety, Human Rights, Supply Chain Social

▪      Governance (G): Board Structure, Audit, Anti-Corruption, Risk Management

2. ทำไม SET ถึงเปลี่ยนมาใช้ FTSE Russell?
การตัดสินใจของ SET สะท้อนแรงกดดัน 3 ด้าน:

▪      นักลงทุนต่างชาติ: กองทุน Global ESG Fund ใช้ FTSE Russell เป็น benchmark — หากไทยใช้ระบบตัวเองที่ต่างออกไป การเปรียบเทียบยาก

▪      มาตรฐานสากล: FTSE Russell สอดคล้องกับ ISSB/TCFD และ Global Reporting Initiative มากกว่า

▪      ความน่าเชื่อถือ: Independent third-party scoring ให้ความโปร่งใสสูงกว่า self-assessment

3. FTSE Russell ต่างจาก SET ESG Ratings เดิมอย่างไร?

 

4. SET50 โดนประเมินอัตโนมัติ ไม่ต้องสมัคร แต่ต้องเตรียม
นี่คือสิ่งที่หลายบริษัทยังไม่รู้: FTSE Russell ประเมิน SET50 ทุกบริษัท โดยอัตโนมัติ โดยดึงข้อมูลจาก:

▪      Annual Report / One Report (56-1)

▪      Sustainability Report หรือ SD Report

▪      เว็บไซต์บริษัท (Investor Relations Page)

▪      ประกาศต่อตลาดหลักทรัพย์

ดังนั้น คะแนน FTSE Russell ขึ้นอยู่กับ 'สิ่งที่บริษัทเปิดเผยต่อสาธารณะ' เป็นหลัก ถ้าทำแต่ไม่เปิดเผย ก็ไม่ได้คะแนน

กฎทองของ FTSE Russell: ถ้าไม่ได้เขียนไว้ในรายงาน  เท่ากับไม่ได้ทำ


5. Gap ที่พบบ่อยที่สุดในบริษัทไทย
จากประสบการณ์ตรวจรายงานของบริษัทไทย ESG PRO พบ gap หลัก ดังนี้:

1.        ขาด Scope 3 Data: FTSE Russell ให้คะแนน Carbon สูงสำหรับบริษัทที่รายงาน Scope 3 ครบ

2.        Board Diversity ไม่ครบ: ต้องรายงาน Gender Diversity และ Independence ของ Board อย่างละเอียด

3.        ไม่มี Biodiversity Policy: หลายบริษัทไม่มีนโยบายนี้ทำให้เสีย E score

4.        Human Rights ใน Supply Chain: ต้องแสดง HRDD Process อย่างชัดเจน

5.        Anti-Corruption Program ไม่ครบ: ต้องมีทั้งนโยบาย training และ monitoring

6. แผน 6 เดือนเตรียมพร้อม FTSE Russell
สำหรับบริษัทที่ต้องการยกระดับคะแนน FTSE Russell:

▪      เดือน 1–2: FTSE Russell Gap Assessment (ESG PRO ช่วยได้)

▪      เดือน 2–3: เติมเต็มข้อมูลที่ขาด — เฉพาะส่วนที่ FTSE จะดู

▪      เดือน 3–4: ปรับปรุง SD Report ให้ครอบคลุมทุก disclosure ที่ FTSE ต้องการ

▪      เดือน 4–5: ทบทวน Annual Report และ IR Website

▪      เดือน 5–6: Dry Run Score Simulation + Final Review

 FAQ: คำถามที่พบบ่อย
Q: FTSE Russell ประเมินทุกปีหรือทุก 6 เดือน?
A: FTSE Russell อัปเดตคะแนน 2 ครั้งต่อปี ในช่วงมิถุนายนและธันวาคม โดยรอบมิถุนายนใช้ข้อมูลจากรายงานประจำปีที่ publish ก่อนหน้า

Q: ถ้าคะแนนต่ำมีผลอย่างไร?
A: บริษัทที่ได้คะแนนต่ำอาจถูกตัดออกจาก ESG Index ซึ่งกระทบการลงทุนของกองทุน ESG ทั้งไทยและต่างประเทศ รวมถึงอาจมีต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น

Q: บริษัทสามารถ 'contest' คะแนนได้ไหม?
A: FTSE Russell มีกระบวนการ Data Review ให้บริษัทส่งข้อมูลเพิ่มเติมหากพบว่าคะแนนไม่สะท้อนความเป็นจริง ESG PRO ช่วยเตรียมและส่ง supplemental data ได้

Q: ESG PRO ช่วย FTSE Russell ได้แค่ไหน?
A: ครบวงจร: ตั้งแต่ Gap Analysis, Score Simulation, Report Enhancement ไปจนถึง Data Contestation และ Ongoing Monitoring


บทความที่เกี่ยวข้อง
Carbon Credit & Net Zero Strategy โอกาสใหม่ของธุรกิจไทยสู่ความยั่งยืน
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำว่า Net Zero กลายเป็นคำที่หลายองค์กรไทยให้ความสำคัญและถูกบรรจุเป็น เป้าหมายใหญ่ ในการดำเนินธุรกิจ แต่เส้นทางสู่ Net Zero ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแม้องค์กรจะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากเพียงใด ก็ยังคงมี การปล่อยที่เลี่ยงไม่ได้ อยู่เสมอ เช่น การใช้พลังงานในกระบวนการผลิต การขนส่ง หรือการใช้งานผลิตภัณฑ์ นี่คือเหตุผลว่าทำไม Carbon Credit และกลยุทธ์ Offsetting/Insetting จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มี ตลาดคาร์บอนเครดิต T-VER เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนให้องค์กรเดินหน้าไปสู่เป้าหมาย Net Zero ได้จริง
อยากลด carbon footprint มีวิธีอะไรบ้าง
มีหลากหลายเทคโนโลยีที่สามารถช่วยลด Carbon Footprint โดยวิธีที่นิยมใช้ตามองค์กรต่างๆ มีดังต่อไปนี้
พ.ร.บ.ก๊าซเรือนกระจก: จุดเปลี่ยนสำคัญที่ธุรกิจไทยต้องเตรียมพร้อม
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการบริหารจัดการด้านสภาพภูมิอากาศ ด้วยการผลักดัน (ร่าง) พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งถือเป็นกฎหมายด้าน Climate Change ฉบับแรกของประเทศกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ส่งผลเฉพาะภาครัฐ แต่จะกระทบโดยตรงต่อ ภาคธุรกิจและองค์กรทุกขนาด โดยเฉพาะในเรื่องการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การรายงานข้อมูล และต้นทุนด้านคาร์บอนในอนาคต
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy