Timeline บังคับ ESG Disclosure ของ ก.ล.ต. ไทย 2569–2573 ฉบับเข้าใจง่าย

ปี 2569 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดทุนไทย ก.ล.ต. และ SET กำลัง phase-in การบังคับเปิดเผยข้อมูล ESG ตามมาตรฐาน ISSB อย่างเต็มรูปแบบ บทความนี้สรุป Timeline ที่สำคัญพร้อมสิ่งที่แต่ละองค์กรต้องเตรียมพร้อมในแต่ละช่วง
1. ภาพรวมระบบการกำกับดูแล ESG ของไทย
ประเทศไทยมี 3 หน่วยงานหลักที่กำหนดทิศทาง ESG Disclosure:
▪ สำนักงาน ก.ล.ต. (SEC): กำหนดข้อกำหนดการเปิดเผยข้อมูลสำหรับบริษัทจดทะเบียนผ่านแบบ 56-1 One Report
▪ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET): บริหาร SET ESG Ratings และเปลี่ยนไปใช้ FTSE Russell ESG Scores ในปี 2569
▪ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.): กำหนด ESG Framework สำหรับสถาบันการเงิน
2. Timeline หลัก 2569–2573
ต่อไปนี้คือ Milestone สำคัญที่บริษัทจดทะเบียนต้องติดตาม:

3. สิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมในแต่ละ Phase
Phase 1 (ตอนนี้ – 2569): Foundation
▪ ทำ ISSB Gap Analysis: ประเมินว่ารายงานปัจจุบันห่างจาก ISSB Standards แค่ไหน
▪ จัดตั้ง Governance Structure: แต่งตั้ง Sustainability Committee ในระดับ Board
▪ เริ่มระบบเก็บข้อมูล GHG: โดยเฉพาะ Scope 1 และ Scope 2 ที่ต้องพร้อมก่อน
Phase 2 (2570–2571): Implementation
▪ จัดทำ Climate Scenario Analysis: วิเคราะห์ผลกระทบจาก Climate Change ต่อธุรกิจ
▪ เก็บข้อมูล Scope 3: ทำงานกับ Supplier และ Value Chain
▪ จัดทำ ISSB Report ฉบับแรก: พร้อมรับ Limited Assurance
Phase 3 (2572–2573): Maturity
▪ ยกระดับสู่ Reasonable Assurance
▪ บูรณาการ ESG เข้ากับ Financial Planning และ Capital Allocation
▪ รายงาน ISSB เต็มรูปแบบพร้อม Comparative Data
4. ทำไมต้องเริ่มตอนนี้ แม้ยังไม่ถูกบังคับ?
มีเหตุผลเชิงกลยุทธ์ที่ไม่ควรรอถึง deadline:
▪ นักลงทุนต่างชาติ: กองทุนสากลกว่า 90% ใช้ ESG Data ในการตัดสินใจลงทุน และ ISSB คือมาตรฐานที่พวกเขาใช้
▪ FTSE Russell เริ่มแล้ว: SET50 ถูกประเมินโดย FTSE Russell อัตโนมัติทุกปี — คะแนนสะท้อน ISSB readiness โดยตรง
▪ ต้นทุนเพิ่มขึ้นหากรอช้า: การสร้างระบบเก็บข้อมูลและ Governance ต้องใช้เวลา 1–2 ปี ยิ่งรอยิ่งแพง
FAQ: คำถามที่พบบ่อย
Q: แบบ 56-1 One Report ต้องปรับเปลี่ยนอะไรบ้างสำหรับ ISSB?
A: ก.ล.ต. กำลังปรับปรุงรูปแบบ 56-1 ให้รองรับ ISSB ส่วนเพิ่มเติมหลักคือ Climate Risk Disclosure, Scenario Analysis และ Scope 3 GHG Data ซึ่ง ESG PRO ช่วยเตรียมได้ทุกส่วน
Q: บริษัทขนาดกลางที่ยังไม่ถูกบังคับควรทำอะไร?
A: ควรทำ Gap Analysis เพื่อรู้สถานะปัจจุบัน และเริ่มสร้างระบบ Data Collection โดยเฉพาะ GHG Inventory เพราะนี่คือจุดที่ใช้เวลานานที่สุด
Q: ISSB Assurance คือหน้าที่ของ Auditor หรือที่ปรึกษา?
A: ทั้งสอง — ที่ปรึกษาอย่าง ESG PRO ช่วยเตรียมข้อมูลและรายงาน ส่วน Assurance Provider (Auditor) ทำการรับรอง เราประสานงานให้ครบวงจร
Q: ถ้าบริษัทไม่ Comply จะมีบทลงโทษไหม?
A: ในระยะแรกเป็นระบบ Comply-or-Explain คือต้องชี้แจงเหตุผลหากไม่ปฏิบัติตาม แต่เมื่อบังคับเต็มรูปแบบ ก.ล.ต. มีอำนาจสั่งการและบทลงโทษทางแพ่ง
Q: ESG PRO ทำงานกับบริษัทขนาดไหน?
A: ตั้งแต่ SME ที่ต้องการขึ้นทะเบียน ESG ไปจนถึงบริษัทจดทะเบียน SET50 ที่ต้องการเตรียมพร้อมสำหรับ FTSE Russell และ ISSB โดยมีแพ็กเกจที่เหมาะสมกับแต่ละขนาดองค์กร


