แชร์

Timeline บังคับ ESG Disclosure ของ ก.ล.ต. ไทย 2569–2573 ฉบับเข้าใจง่าย

อัพเดทล่าสุด: 12 มิ.ย. 2026
600 ผู้เข้าชม
Infographic แสดง Timeline บังคับ ESG Disclosure ของ ก.ล.ต. ไทย 2569–2573 สำหรับบริษัทจดทะเบียน

ปี 2569 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดทุนไทย ก.ล.ต. และ SET กำลัง phase-in การบังคับเปิดเผยข้อมูล ESG ตามมาตรฐาน ISSB อย่างเต็มรูปแบบ บทความนี้สรุป Timeline ที่สำคัญพร้อมสิ่งที่แต่ละองค์กรต้องเตรียมพร้อมในแต่ละช่วง

1. ภาพรวมระบบการกำกับดูแล ESG ของไทย
ประเทศไทยมี 3 หน่วยงานหลักที่กำหนดทิศทาง ESG Disclosure:

▪      สำนักงาน ก.ล.ต. (SEC): กำหนดข้อกำหนดการเปิดเผยข้อมูลสำหรับบริษัทจดทะเบียนผ่านแบบ 56-1 One Report
▪      ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET): บริหาร SET ESG Ratings และเปลี่ยนไปใช้ FTSE Russell ESG Scores ในปี 2569
▪      ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.): กำหนด ESG Framework สำหรับสถาบันการเงิน

2. Timeline หลัก 2569–2573
ต่อไปนี้คือ Milestone สำคัญที่บริษัทจดทะเบียนต้องติดตาม:

3. สิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมในแต่ละ Phase
Phase 1 (ตอนนี้ – 2569): Foundation
▪      ทำ ISSB Gap Analysis: ประเมินว่ารายงานปัจจุบันห่างจาก ISSB Standards แค่ไหน
▪      จัดตั้ง Governance Structure: แต่งตั้ง Sustainability Committee ในระดับ Board
▪      เริ่มระบบเก็บข้อมูล GHG: โดยเฉพาะ Scope 1 และ Scope 2 ที่ต้องพร้อมก่อน

Phase 2 (2570–2571): Implementation
▪      จัดทำ Climate Scenario Analysis: วิเคราะห์ผลกระทบจาก Climate Change ต่อธุรกิจ
▪      เก็บข้อมูล Scope 3: ทำงานกับ Supplier และ Value Chain
▪      จัดทำ ISSB Report ฉบับแรก: พร้อมรับ Limited Assurance

Phase 3 (2572–2573): Maturity
▪      ยกระดับสู่ Reasonable Assurance
▪      บูรณาการ ESG เข้ากับ Financial Planning และ Capital Allocation
▪      รายงาน ISSB เต็มรูปแบบพร้อม Comparative Data

4. ทำไมต้องเริ่มตอนนี้ แม้ยังไม่ถูกบังคับ?
มีเหตุผลเชิงกลยุทธ์ที่ไม่ควรรอถึง deadline:
▪      นักลงทุนต่างชาติ: กองทุนสากลกว่า 90% ใช้ ESG Data ในการตัดสินใจลงทุน และ ISSB คือมาตรฐานที่พวกเขาใช้
▪      FTSE Russell เริ่มแล้ว: SET50 ถูกประเมินโดย FTSE Russell อัตโนมัติทุกปี — คะแนนสะท้อน ISSB readiness โดยตรง
▪      ต้นทุนเพิ่มขึ้นหากรอช้า: การสร้างระบบเก็บข้อมูลและ Governance ต้องใช้เวลา 1–2 ปี ยิ่งรอยิ่งแพง

 
FAQ: คำถามที่พบบ่อย
Q: แบบ 56-1 One Report ต้องปรับเปลี่ยนอะไรบ้างสำหรับ ISSB?
A: ก.ล.ต. กำลังปรับปรุงรูปแบบ 56-1 ให้รองรับ ISSB ส่วนเพิ่มเติมหลักคือ Climate Risk Disclosure, Scenario Analysis และ Scope 3 GHG Data ซึ่ง ESG PRO ช่วยเตรียมได้ทุกส่วน

Q: บริษัทขนาดกลางที่ยังไม่ถูกบังคับควรทำอะไร?
A: ควรทำ Gap Analysis เพื่อรู้สถานะปัจจุบัน และเริ่มสร้างระบบ Data Collection โดยเฉพาะ GHG Inventory เพราะนี่คือจุดที่ใช้เวลานานที่สุด

Q: ISSB Assurance คือหน้าที่ของ Auditor หรือที่ปรึกษา?
A: ทั้งสอง — ที่ปรึกษาอย่าง ESG PRO ช่วยเตรียมข้อมูลและรายงาน ส่วน Assurance Provider (Auditor) ทำการรับรอง เราประสานงานให้ครบวงจร

Q: ถ้าบริษัทไม่ Comply จะมีบทลงโทษไหม?
A: ในระยะแรกเป็นระบบ Comply-or-Explain คือต้องชี้แจงเหตุผลหากไม่ปฏิบัติตาม แต่เมื่อบังคับเต็มรูปแบบ ก.ล.ต. มีอำนาจสั่งการและบทลงโทษทางแพ่ง

Q: ESG PRO ทำงานกับบริษัทขนาดไหน?
A: ตั้งแต่ SME ที่ต้องการขึ้นทะเบียน ESG ไปจนถึงบริษัทจดทะเบียน SET50 ที่ต้องการเตรียมพร้อมสำหรับ FTSE Russell และ ISSB โดยมีแพ็กเกจที่เหมาะสมกับแต่ละขนาดองค์กร


บทความที่เกี่ยวข้อง
Green Logistics: เมื่อการขนส่งไม่ใช่แค่เรื่องต้นทุน แต่คือหัวใจของ ESG ในห่วงโซ่อุปทาน
ในโลกธุรกิจปัจจุบัน โลจิสติกส์ ไม่ได้ถูกวัดแค่ความรวดเร็วหรือค่าใช้จ่ายอีกต่อไปแต่ถูกตั้งคำถามมากขึ้นว่า การขนส่งขององค์กรสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากแค่ไหนนี่คือเหตุผลที่แนวคิด Green Logistics หรือ โลจิสติกส์สีเขียวกลายเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของ ESG โดยเฉพาะในมิติสิ่งแวดล้อม (Environmental) และห่วงโซ่อุปทาน
Carbon Credit ทำแล้วได้อะไร ?
การสร้างคาร์บอนเครดิตได้มาจากการดำเนินโครงการที่ทำให้ลดการปล่อย GHG
ทำไม HRDD ถึงกลายเป็น เงื่อนไขสำคัญ ในห่วงโซ่อุปทานโลก
ในโลกธุรกิจปัจจุบัน ความสามารถในการแข่งขันไม่ได้วัดจากต้นทุนหรือคุณภาพสินค้าเพียงอย่างเดียวแต่ถูกตั้งคำถามมากขึ้นว่าองค์กรจัดการความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่อุปทานของตนเองอย่างไร
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy