แนวคิดของ ESG เกี่ยวข้องกับภาวะโลกเดือดอย่างไร??
อัพเดทล่าสุด: 7 พ.ย. 2025
1186 ผู้เข้าชม

ภาวะโลกเดือด (Global Boiling) เป็นสถานการณ์ที่โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง ซึ่งองค์การสหประชาชาติประกาศในเดือนกรกฎาคม 2566 ว่าโลกได้เข้าสู่ยุคโลกเดือดแล้ว โดยเดือนกรกฎาคม 2566 เป็นเดือนที่ร้อนที่สุดในรอบ 120,000 ปี
ผลกระทบของภาวะโลกเดือด ภาวะโลกเดือดส่งผลกระทบมากกว่าที่คาด ทั้งต่อธรรมชาติและชีวิตประจำวัน เช่น
- เกษตรกรขาดแคลนน้ำในการทำเกษตรกรรม
- นักท่องเที่ยวเจออากาศร้อนจัดและฝนตกหนัก
- การขนส่งล่าช้าหรือถูกยกเลิกจากพายุและน้ำท่วม
- ปัญหาสุขภาพ เช่น โรคหัวใจและโรคทางเดินหายใจ
- สภาพจิตใจที่ย่ำแย่จากอากาศร้อน
- ค่าไฟและค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น
ความสำคัญของแนวคิด ESG
เพื่อลดวิกฤตสิ่งแวดล้อม ภาคธุรกิจต้องเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยใช้แนวคิด ESG (Environment, Social, Governance) ซึ่งช่วยพัฒนาองค์กรและตอบโจทย์สถานการณ์ปัจจุบัน แนวคิดนี้ยังเป็นดัชนีชี้วัดที่นักลงทุนใช้ในการตัดสินใจลงทุนทั่วโลก
บทความที่เกี่ยวข้อง
พลังงานสะอาด หรือ พลังงานหมุนเวียน คือพลังงานที่ใช้แล้วไม่หมดไป เช่น พลังงานแสงอาทิตย์, พลังงานลม, พลังงานน้ำ, พลังงานชีวมวล, และพลังงานความร้อน ทุกขั้นตอนตั้งแต่การสร้าง การใช้ และการจัดการของเสียไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมเหมือนพลังงานฟอสซิล
ในยุคที่ ESG กลายเป็น ภาษากลาง ของธุรกิจทั่วโลก การทำรายงานที่ดี ไม่ได้วัดแค่ ทำครบ แต่ต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้ และสร้างความน่าเชื่อถือ
หลายคนยังเข้าใจว่า ESG เป็นเรื่องของบริษัทขนาดใหญ่หรือบริษัทจดทะเบียนแต่ในความเป็นจริง ธุรกิจ SME คือฟันเฟืองสำคัญของห่วงโซ่อุปทาน และกำลังได้รับผลกระทบจากกระแส ESG มากขึ้นอย่างชัดเจน


