แนวคิดของ ESG เกี่ยวข้องกับภาวะโลกเดือดอย่างไร??
อัพเดทล่าสุด: 7 พ.ย. 2025
1038 ผู้เข้าชม

ภาวะโลกเดือด (Global Boiling) เป็นสถานการณ์ที่โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง ซึ่งองค์การสหประชาชาติประกาศในเดือนกรกฎาคม 2566 ว่าโลกได้เข้าสู่ยุคโลกเดือดแล้ว โดยเดือนกรกฎาคม 2566 เป็นเดือนที่ร้อนที่สุดในรอบ 120,000 ปี
ผลกระทบของภาวะโลกเดือด ภาวะโลกเดือดส่งผลกระทบมากกว่าที่คาด ทั้งต่อธรรมชาติและชีวิตประจำวัน เช่น
- เกษตรกรขาดแคลนน้ำในการทำเกษตรกรรม
- นักท่องเที่ยวเจออากาศร้อนจัดและฝนตกหนัก
- การขนส่งล่าช้าหรือถูกยกเลิกจากพายุและน้ำท่วม
- ปัญหาสุขภาพ เช่น โรคหัวใจและโรคทางเดินหายใจ
- สภาพจิตใจที่ย่ำแย่จากอากาศร้อน
- ค่าไฟและค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น
ความสำคัญของแนวคิด ESG
เพื่อลดวิกฤตสิ่งแวดล้อม ภาคธุรกิจต้องเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยใช้แนวคิด ESG (Environment, Social, Governance) ซึ่งช่วยพัฒนาองค์กรและตอบโจทย์สถานการณ์ปัจจุบัน แนวคิดนี้ยังเป็นดัชนีชี้วัดที่นักลงทุนใช้ในการตัดสินใจลงทุนทั่วโลก
บทความที่เกี่ยวข้อง
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลายองค์กรเริ่มคุ้นเคยกับคำว่า Materiality ในบริบทของ ESGซึ่งมักหมายถึงการระบุประเด็นที่ มีผลต่อผลประกอบการและการตัดสินใจของนักลงทุน
หลายองค์กรในไทยวันนี้มีทีม Sustainability แล้ว แต่คำถามที่ผู้บริหารระดับสูงตั้งขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ คือ "แล้วทีมนี้สร้างมูลค่าอะไรให้บริษัทจริงๆ?"
ในยุคที่ธุรกิจไม่ได้ถูกวัดแค่กำไร แต่ยังรวมถึง ผลกระทบต่อผู้คนและสังคม มาตรฐานสากลอย่าง Human Rights Due Diligence (HRDD) กำลังกลายเป็นกรอบสำคัญที่ทั่วโลกจับตามอง มาทำความเข้าใจว่า HRDD คืออะไร และทำไมธุรกิจยุคใหม่ถึงต้องเริ่มต้นวันนี้


