ทำไมรายงานความยั่งยืนในไทย ต้องอ้างอิง GRI
อัพเดทล่าสุด: 7 พ.ย. 2025
2007 ผู้เข้าชม

รายงานความยั่งยืนในประเทศไทยมักอ้างอิงถึง GRI (Global Reporting Initiative) ด้วยหลายเหตุผลดังนี้:
- มาตรฐานระดับโลก: GRI เป็นมาตรฐานการรายงานความยั่งยืนที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก องค์กรที่ใช้ GRI จะสามารถเปรียบเทียบผลงานของตนเองกับองค์กรอื่น ๆ ในระดับนานาชาติได้
- ความชัดเจนและความโปร่งใส: การใช้ GRI ช่วยให้องค์กรสามารถแสดงข้อมูลที่สำคัญและเน้นเป้าหมายความยั่งยืนที่ต้องการให้ผู้อ่านทราบ
- รองรับ SDGs: GRI ได้ทำการเชื่อมต่อกับ Sustainable Development Goals (SDGs) ของสหประชาชาติ ทำให้องค์กรที่อ้างอิง GRI สามารถแสดงถึงการสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนได้
- การตอบสนองต่อส่วนผสมผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย: GRI มุ่งเน้นที่การสื่อสารกับส่วนผสมผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ช่วยให้องค์กรสามารถตอบสนองต่อความต้องการและความสนใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- เป้าหมายที่ชัดเจน: GRI มีการกำหนดเป้าหมายและแนวทางการรายงานที่ชัดเจน ช่วยในการคาดการณ์ผลกระทบของกิจกรรมทางธุรกิจต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
- การสนับสนุนจากภาครัฐ: บางครั้ง, หน่วยงานภาครัฐและองค์กรอื่น ๆ ในประเทศไทยอาจส่งเสริมหรือต้องการให้องค์กรที่ดำเนินการในประเทศรายงานตามมาตรฐาน GRI
- การรับรองและความน่าเชื่อถือ: รายงานที่ทำตามมาตรฐาน GRI มักจะได้รับความน่าเชื่อถือมากขึ้น เนื่องจากผ่านกระบวนการตรวจสอบและการรับรองจากองค์กรภายนอก
บทความที่เกี่ยวข้อง
องค์กรจำนวนมากรู้ ESG Risk แต่ยังไม่พร้อมรับมือจริง บทความนี้อธิบายการเชื่อม ESG Risk กับ Decision Framework และ Business Continuity เพื่อสร้างความพร้อมเชิงปฏิบัติ
GRI (Global Reporting Initiative) มีหลายตัวชี้วัดที่ทำให้องค์กรต่างๆ สามารถรายงานความยั่งยืนได้ในหลายเรื่อง องค์กรในไทยที่เลือกใช้ GRI อาจจะเน้นบางหัวข้อที่เหมาะสมและสอดคล้องกับบริบททางธุรกิจและสังคมของประเทศ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำว่า Net Zero กลายเป็นคำที่หลายองค์กรไทยให้ความสำคัญและถูกบรรจุเป็น เป้าหมายใหญ่ ในการดำเนินธุรกิจ แต่เส้นทางสู่ Net Zero ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแม้องค์กรจะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากเพียงใด ก็ยังคงมี การปล่อยที่เลี่ยงไม่ได้ อยู่เสมอ เช่น การใช้พลังงานในกระบวนการผลิต การขนส่ง หรือการใช้งานผลิตภัณฑ์ นี่คือเหตุผลว่าทำไม Carbon Credit และกลยุทธ์ Offsetting/Insetting จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มี ตลาดคาร์บอนเครดิต T-VER เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนให้องค์กรเดินหน้าไปสู่เป้าหมาย Net Zero ได้จริง


