ทำไมรายงานความยั่งยืนในไทย ต้องอ้างอิง GRI
อัพเดทล่าสุด: 7 พ.ย. 2025
1846 ผู้เข้าชม

รายงานความยั่งยืนในประเทศไทยมักอ้างอิงถึง GRI (Global Reporting Initiative) ด้วยหลายเหตุผลดังนี้:
- มาตรฐานระดับโลก: GRI เป็นมาตรฐานการรายงานความยั่งยืนที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก องค์กรที่ใช้ GRI จะสามารถเปรียบเทียบผลงานของตนเองกับองค์กรอื่น ๆ ในระดับนานาชาติได้
- ความชัดเจนและความโปร่งใส: การใช้ GRI ช่วยให้องค์กรสามารถแสดงข้อมูลที่สำคัญและเน้นเป้าหมายความยั่งยืนที่ต้องการให้ผู้อ่านทราบ
- รองรับ SDGs: GRI ได้ทำการเชื่อมต่อกับ Sustainable Development Goals (SDGs) ของสหประชาชาติ ทำให้องค์กรที่อ้างอิง GRI สามารถแสดงถึงการสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนได้
- การตอบสนองต่อส่วนผสมผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย: GRI มุ่งเน้นที่การสื่อสารกับส่วนผสมผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ช่วยให้องค์กรสามารถตอบสนองต่อความต้องการและความสนใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- เป้าหมายที่ชัดเจน: GRI มีการกำหนดเป้าหมายและแนวทางการรายงานที่ชัดเจน ช่วยในการคาดการณ์ผลกระทบของกิจกรรมทางธุรกิจต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
- การสนับสนุนจากภาครัฐ: บางครั้ง, หน่วยงานภาครัฐและองค์กรอื่น ๆ ในประเทศไทยอาจส่งเสริมหรือต้องการให้องค์กรที่ดำเนินการในประเทศรายงานตามมาตรฐาน GRI
- การรับรองและความน่าเชื่อถือ: รายงานที่ทำตามมาตรฐาน GRI มักจะได้รับความน่าเชื่อถือมากขึ้น เนื่องจากผ่านกระบวนการตรวจสอบและการรับรองจากองค์กรภายนอก
บทความที่เกี่ยวข้อง
รายงานความยั่งยืนหรือ Sustainability Report คืออะไร?
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำว่า คาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) ได้กลายเป็นคำที่หลายองค์กรทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศคุ้นเคยกันมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อโลกกำลังเผชิญกับวิกฤติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ องค์กรที่มุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนจึงต้องให้ความสำคัญกับการวัดและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่สิ่งที่มักถูกมองข้ามคือ Scope 3 หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมในห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งกำลังกลายเป็นความท้าทายใหม่ของธุรกิจไทยในปี 2568
รายงานความยั่งยืน (Sustainability Report) มุ่งเน้นไปที่การเผยแพร่ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมขององค์กร


