ทำไมต้องทำรายงานความยั่งยืน
อัพเดทล่าสุด: 7 พ.ย. 2025
1493 ผู้เข้าชม

GRI (Global Reporting Initiative) มีหลายตัวชี้วัดที่ทำให้องค์กรต่างๆ สามารถรายงานความยั่งยืนได้ในหลายเรื่อง แต่ไม่ได้มีการกำหนดหัวข้อแบบเฉพาะเจาะจงสำหรับประเทศไทยเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม, บางองค์กรในไทยที่เลือกใช้ GRI อาจจะเน้นบางหัวข้อที่เหมาะสมและสอดคล้องกับบริบททางธุรกิจและสังคมของประเทศ
ตัวอย่างของหัวข้อหลักๆ ใน GRI ที่องค์กรในไทยอาจจะเน้นรายงานได้แก่:
ตัวอย่างของหัวข้อหลักๆ ใน GRI ที่องค์กรในไทยอาจจะเน้นรายงานได้แก่:
- ปัญหาสิ่งแวดล้อม: การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ, การใช้น้ำ, การจัดการขยะและการปล่อยของเสีย
- การทำธุรกิจอย่างเป็นธรรม: การป้องกันการซื้อไถ่และการทำงานบังคับ, ความภาคภูมิในการทำธุรกิจ
- กำไรและการบัญชี: ความโปร่งใสในการรายงานทางการเงินและการป้องกันการฉ้อโกง
- ความหลากหลายและความเท่าเทียม: ความหลากหลายทางเพศ, ศาสนา, วัย, และอื่นๆ
- สิทธิของแรงงาน: สภาพการทำงาน, สิทธิในการรวมตัว, และการอบรม
บทความที่เกี่ยวข้อง
ในช่วงที่ผ่านมา คาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมาย Net Zero โดยองค์กรสามารถซื้อเครดิตจากโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาใช้ชดเชยการปล่อยของตนเอง แต่ในปี 2025 ตลาดคาร์บอนโลกได้ก้าวสู่ ยุคใหม่ ที่เรียกว่า Carbon Removal Credits (CDR) หรือคาร์บอนเครดิตจากการ กำจัดคาร์บอนออกจากชั้นบรรยากาศ จริง ๆ Carbon Removal Credits (CDR) คือ คาร์บอนเครดิตที่เกิดจากกิจกรรมหรือเทคโนโลยีที่ กำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) หรือก๊าซเรือนกระจกอื่น ๆ ออกจากชั้นบรรยากาศโดยตรง และ กักเก็บไว้ในรูปแบบที่มั่นคงและยาวนาน (durable storage)
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการบริหารจัดการด้านสภาพภูมิอากาศ ด้วยการผลักดัน (ร่าง) พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งถือเป็นกฎหมายด้าน Climate Change ฉบับแรกของประเทศกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ส่งผลเฉพาะภาครัฐ แต่จะกระทบโดยตรงต่อ ภาคธุรกิจและองค์กรทุกขนาด โดยเฉพาะในเรื่องการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การรายงานข้อมูล และต้นทุนด้านคาร์บอนในอนาคต
การทำ SDG (สหประชาชาติ 17 เป้าหมายพัฒนาที่ยั่งยืน) มีความสำคัญที่สำคัญในหลายด้าน ดังนี้


