แชร์

SDG สำคัญกับองค์กรอย่างไร ?

อัพเดทล่าสุด: 7 พ.ย. 2025
1719 ผู้เข้าชม

การทำ SDG (สหประชาชาติ 17 เป้าหมายพัฒนาที่ยั่งยืน) มีความสำคัญที่สำคัญในหลายด้าน ดังนี้:

1.      สร้างความยั่งยืนในการพัฒนา: SDG เป็นกรอบแนวทางที่ชัดเจนในการสร้างความยั่งยืนในการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ประชาชนและองค์กรต่างๆ ตั้งค่าเป้าหมายที่ชัดเจนและปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อบรรลุเป้าหมายเหล่านี้

2.      สร้างความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม: SDG ส่งเสริมให้องค์กรและองค์กรต่างๆ ให้ใส่ใจถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม การดำเนินการในทางที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจจากส่วนของประชาชน

3.      ส่งเสริมความเท่าเทียมและอยู่อย่างยั่งยืน: SDG กำหนดเป้าหมายที่ให้ใส่ใจถึงเรื่องของความเท่าเทียมและสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะในกลุ่มที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่แย่และยากลำบาก การส่งเสริมการแก้ไขปัญหาที่ก่อให้เกิดความไม่เท่าเทียมจะส่งผลให้ความเสี่ยงในอนาคตลดลง

4.      สร้างความเชื่อมโยงในระดับสากล: SDG เป็นแนวทางให้ทุกประเทศสร้างความร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาที่ทั่วโลกต้องเผชิญหน้า การทำ SDG จะส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างประเทศ ทำให้สามารถแบ่งปันความรู้และเสริมสร้างกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วโลกได้

5.      สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ: การทำ SDG จะส่งผลให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน เพื่อสร้างองค์กรที่มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาที่คาดการณ์ไว้ในอนาคต ซึ่งมีผลต่อความยั่งยืนขององค์กรและสังคมในที่สุด


บทความที่เกี่ยวข้อง
ทำไมสงครามฮอร์มุซทำให้ Energy Transition ไม่ใช่ทางเลือกอีก
เมื่อ 1 ใน 3 ของพลังงานไทยถูกคุกคามจากสงครามฮอร์มุซ คำถามคือ: องค์กรไทยจะยังรอให้วิกฤตผ่านไปก่อน หรือจะเร่ง Energy Transition เพื่อความอยู่รอดระยะยาว?
ทำไม SBTi ถึงกลายเป็นมาตรฐานใหม่ในห่วงโซ่อุปทานของบริษัททั่วโลก
โลกธุรกิจในศตวรรษที่ 21 เผชิญแรงกดดันมหาศาลในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ที่เป็นต้นเหตุของภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ องค์กรต่าง ๆ ไม่สามารถมองเพียง การดำเนินงานภายในองค์กร ได้อีกต่อไป แต่ต้องครอบคลุมทั้ง ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ตั้งแต่ผู้ผลิตวัตถุดิบจนถึงผู้บริโภคScience-Based Targets initiative (SBTi) จึงกลายเป็นมาตรฐานสากลที่องค์กรทั่วโลกเลือกใช้ เพื่อกำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซที่สอดคล้องกับวิทยาศาสตร์ และสอดรับกับเป้าหมายของข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) ที่ต้องการจำกัดอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5°C
ผลกระทบของภาษีคาร์บอนต่ออุตสาหกรรมไทย: ต่อยอด Net Zero ได้จริง
ปี 2568 นับเป็นปีที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ ยุคภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) อย่างเป็นทางการ รัฐบาลมีแนวทางจัดเก็บภาษีจากเชื้อเพลิงและสินค้าที่ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง เช่น น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหิน โดยมีเป้าหมายหลักคือการลดการปล่อยคาร์บอนภายในประเทศ และกระตุ้นให้อุตสาหกรรมเร่งปรับตัวเข้าสู่แนวทาง Net Zeroแต่คำถามที่หลายองค์กรและภาคอุตสาหกรรมไทยกำลังจับตาคือ ภาษีคาร์บอนจะเป็นเพียงต้นทุนเพิ่ม หรือสามารถต่อยอดไปสู่ Net Zero ได้จริงหรือไม่
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy