แชร์

Net Zero และ Carbon Neutral ต่างกันยังไง

อัพเดทล่าสุด: 7 พ.ย. 2025
1873 ผู้เข้าชม

"Net Zero" และ "Carbon Neutral" คือสองคำที่มักถูกใช้ในกระบวนการลดคาร์บอน  แต่ทั้งสองคำนี้มีความหมายและมีแตกต่างกันโดยชัดเจน ;

1. Carbon Neutral : เป็นการปล่อยแก๊สเรือนกระจก (โดยเฉพาะคาร์บอนไดออกไซด์) ในปริมาณที่เท่ากับปริมาณที่สามารถดูดซับหรือลดลงจากสภาพภูมิอากาศ การทำให้เป็น Carbon Neutral อาจจำเป็นต้องใช้มาตรการเช่นการปลูกป่าเพื่อดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ หรือการซื้อคาร์บอนเครดิต เพื่อบริบทให้การปล่อยของตนเองลดลง
ตัวอย่าง: หากปล่อยก๊าซ 100 ล้านตัน แต่ดูดกลับได้ 80 ล้านตัน จะต้องซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยอีก 20 ล้านตัน

2. Net Zero : เป็นการปล่อยแก๊สเรือนกระจกทุกประเภท (ไม่จำกัดเพียงแค่คาร์บอนไดออกไซด์) ต้องถูกลดลงหรือดูดซับให้เท่ากับจำนวนที่ถูกปล่อยออกไป มาตรการที่ใช้ในการทำ Net Zero อาจรวมถึงการเปลี่ยนแปลงวิธีการดำเนินงาน, การปรับปรุงเทคโนโลยี, และการปลูกป่าเพื่อดูดซับแก๊สเรือนกระจก

 
        โดยทั่วไปแล้ว "Net Zero" มีความหมายที่กว้างขึ้นและมีน้ำหนักมากกว่า "Carbon Neutral" เนื่องจากมันต้องการการลดการปล่อยแก๊สเรือนกระจกทุกประเภท ไม่เพียงแค่คาร์บอนไดออกไซด์ และมันยังจำเป็นต้องพิจารณาการปล่อยแก๊สเรือนกระจกจากทุกแหล่ง ไม่ว่าจะเป็นการผลิต การขนส่ง หรือการใช้งานของผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ยังเน้นที่การต้องจัดการการปล่อยที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงการซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อทำให้การปล่อยลดลงเท่านั้น.

ประเทศไทยมีเป้าหมาย ดังนี้
ความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี 2025
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2065

เพื่อบรรลุเป้าหมายนี้ ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมต้องเร่งดำเนินการตาม ESG Plan เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนและเตรียมพร้อมรับมือกับมาตรการสิ่งแวดล้อมในอนาคต

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
Digital Carbon Label สินค้าในอนาคตจะมี ฉลากคาร์บอน เหมือนฉลากโภชนาการ
ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงรสชาติ คุณภาพ หรือราคาอีกต่อไป แต่ยังใส่ใจ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ของสินค้าที่เลือกซื้อ แนวคิด Digital Carbon Label หรือ ฉลากคาร์บอนดิจิทัล จึงถูกพัฒนาให้ทำหน้าที่คล้ายกับ ฉลากโภชนาการ ที่เราคุ้นเคย เพียงแต่แทนที่จะบอกปริมาณแคลอรี ไขมัน หรือโปรตีน กลับเป็นข้อมูล ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปล่อย ตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์
รู้ความเสี่ยง  รับมือได้จริง: ทำไม ESG Risk ต้องเชื่อมสู่การตัดสินใจและความต่อเนื่องทางธุรกิจ
องค์กรจำนวนมากรู้ ESG Risk แต่ยังไม่พร้อมรับมือจริง บทความนี้อธิบายการเชื่อม ESG Risk กับ Decision Framework และ Business Continuity เพื่อสร้างความพร้อมเชิงปฏิบัติ
ยกระดับการจัดซื้อ สู่ธุรกิจสีเขียวด้วย Green Procurement
Green Procurement คืออะไร? สำคัญอย่างไรต่อองค์กร?
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy