แชร์

ทำ Carbon Footprint ช่วยองค์กรอย่างไร ?

อัพเดทล่าสุด: 7 พ.ย. 2025
1254 ผู้เข้าชม

Carbon Footprint หมายถึงปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปล่อยออกมาจากกิจกรรมต่างๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

การจัดการลด Carbon Footprint สามารถช่วยองค์กรในหลายอย่าง :

1.      ประหยัดค่าใช้จ่าย: การลด Carbon Footprint มักจะทำการปรับปรุงประสิทธิภาพของการใช้งานพลังงาน ซึ่งอาจจะส่งผลให้ลดการใช้พลังงาน ลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มผลกำไร

2.      สร้างภาพลักษณ์ที่ดี: การลด Carbon Footprint มักจะได้รับการรับรู้จากสาธารณชนว่าเป็นองค์กรที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร

3.      การปฏิบัติตามกฎหมาย: บางประเทศมีกฎหมายที่กำหนดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร การลด Carbon Footprintจะช่วยให้องค์กรปฏิบัติตามกฎหมายเหล่านี้ได้ เช่นปัจจุบันมีมาตรการ CBAM ของ UN

4.      การเปิดโอกาสทางธุรกิจ: การลด Carbon Footprint อาจเปิดโอกาสให้กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ที่ทำให้สามารถลดการปล่อยคาร์บอนได้ ทำให้เกิดความแตกต่างกับคู่แข่งและสร้างความสามารถในการแข่งขันที่ดีขึ้น

5.      ส่งเสริมการยั่งยืน: การลด Carbon Footprint ช่วยในการสนับสนุนความยั่งยืนขององค์กรทั้งในระดับการดำเนินงาน, การดำเนินธุรกิจ, และการใช้งานทรัพยากรภูมิภาคที่ทำให้สามารถดำเนินธุรกิจได้ในระยะยาว

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
Carbon Removal Credits (CDR) คาร์บอนเครดิตรุ่นใหม่ที่โลกกำลังจับตามอง
ในช่วงที่ผ่านมา คาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมาย Net Zero โดยองค์กรสามารถซื้อเครดิตจากโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาใช้ชดเชยการปล่อยของตนเอง แต่ในปี 2025 ตลาดคาร์บอนโลกได้ก้าวสู่ ยุคใหม่ ที่เรียกว่า Carbon Removal Credits (CDR) หรือคาร์บอนเครดิตจากการ กำจัดคาร์บอนออกจากชั้นบรรยากาศ จริง ๆ Carbon Removal Credits (CDR) คือ คาร์บอนเครดิตที่เกิดจากกิจกรรมหรือเทคโนโลยีที่ กำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) หรือก๊าซเรือนกระจกอื่น ๆ ออกจากชั้นบรรยากาศโดยตรง และ กักเก็บไว้ในรูปแบบที่มั่นคงและยาวนาน (durable storage)
Green Logistics: เมื่อการขนส่งไม่ใช่แค่เรื่องต้นทุน แต่คือหัวใจของ ESG ในห่วงโซ่อุปทาน
ในโลกธุรกิจปัจจุบัน โลจิสติกส์ ไม่ได้ถูกวัดแค่ความรวดเร็วหรือค่าใช้จ่ายอีกต่อไปแต่ถูกตั้งคำถามมากขึ้นว่า การขนส่งขององค์กรสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากแค่ไหนนี่คือเหตุผลที่แนวคิด Green Logistics หรือ โลจิสติกส์สีเขียวกลายเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของ ESG โดยเฉพาะในมิติสิ่งแวดล้อม (Environmental) และห่วงโซ่อุปทาน
ไทยเร่งเครื่อง! ปรับเป้า Net Zero จากปี 2065 สู่ 2050  สัญญาณชัดว่าธุรกิจต้องเริ่ม ลงมือ แล้ว
ประเทศไทยประกาศยกระดับเป้าหมาย Net Zero เร็วกว่ากำหนดเดิม 15 ปี จากปี 2065 เป็น 2050นั่นหมายความว่า ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคธุรกิจ ต้องเร่งปรับตัวให้พร้อมกับ ยุคคาร์บอนต่ำ ที่กำลังมาถึงเร็วกว่าที่คาดไว้การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่เรื่องของสิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียว แต่คือ โจทย์เศรษฐกิจใหม่ ที่เกี่ยวพันกับเงินทุน การลงทุน และภาพลักษณ์องค์กรโดยตรง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy