แชร์

Roadmap IFRS S1 S2 ประเทศไทย 2026–2030: SET50 ต้องเตรียมอะไรบ้าง | ESG PRO

อัพเดทล่าสุด: 30 ก.ค. 2026
13 ผู้เข้าชม

ต้องเตรียมอะไรบ้าง

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้เริ่มจัดทำ Thailand Sustainability Disclosure Roadmap เพื่อนำมาตรฐาน IFRS S1 และ IFRS S2 ของ ISSB มาใช้กับบริษัทจดทะเบียนไทยอย่างเป็นระบบ โดยปี 2026 จะเป็นปีแรกที่ SET50 ต้องเริ่มเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนตามกรอบนี้

สรุปสำคัญ:  Thailand ใช้แนวทาง climate-first และ phase-in 4 ระยะ (2026–2030) บริษัทสามารถเริ่มจากการรายงาน climate-related disclosure (IFRS S2 + ส่วนที่เกี่ยวข้องของ IFRS S1) และใช้ transition relief ได้ถึง 5 ปี ก่อนยกระดับเป็น full ISSB


IFRS S1 และ IFRS S2 คืออะไร

IFRS S1  General Requirements
กำหนดข้อกำหนดทั่วไปในการระบุ วัด และเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวกับความเสี่ยงและโอกาสด้านความยั่งยืน ที่ส่งผลต่อกระแสเงินสด การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และต้นทุนทุนของบริษัท เป็นเลเยอร์หลักที่ครอบคลุมทุกประเด็น ไม่ใช่แค่สภาพอากาศ

IFRS S2 Climate-Related Disclosures
เป็นมาตรฐานเฉพาะประเด็น ที่กำหนดให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลด้านความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวกับสภาพอากาศ ครอบคลุม 4 pillars: Governance, Strategy, Risk Management, และ Metrics & Targets
IFRS S1 — General Requirements

Roadmap 4 ระยะของประเทศไทย (2026–2030)

ระยะ ปีที่เริ่ม กลุ่มเป้าหมาย สิ่งที่ต้องทำ
Phase 1 ปี 2026 บริษัทในกลุ่ม SET50 เริ่มบังคับ climate-first disclosure (IFRS S2 + ส่วนที่เกี่ยวข้องของ IFRS S1) ใน 56-1 One Report
Phase 2 ปี 2027–2028 บริษัทจดทะเบียนอื่น ขยายไปยังบริษัทจดทะเบียนนอก SET50
Phase 3 ปี 2029–2030 ทุกบริษัทจดทะเบียน รวม mai ครอบคลุมทุกบริษัทจดทะเบียน
Transition Relief 5 ปี แรก ทุกบริษัท ผ่อนผันเรื่อง comparative information และ Scope 3 GHG emissions ในปีแรก


Climate-First Approach คืออะไร

Thailand นำแนวทาง climate-first มาใช้ หมายความว่า บริษัทสามารถเริ่มจากการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวกับสภาพอากาศ (IFRS S2 และส่วนที่เกี่ยวข้องของ IFRS S1) เป็นระยะเวลา 5 ปี จากนั้นจึงยกระดับไปสู่ข้อกำหนดครบถ้วนตาม ISSB แนวทางนี้ออกแบบมาเพื่อให้บริษัทมีเวลาสร้าง capacity โดยไม่ต้องเร่งทำทุกอย่างพร้อมกันในวันแรก

Transition Relief ที่บริษัทไทยใช้ประโยชน์ได้

  • ผ่อนผัน comparative information ในปีแรกของการประยุกต์ใช้
  • ผ่อนผัน Scope 3 GHG emissions ในปีแรก (ส่วนที่ยากที่สุดของการรายงาน carbon)
  • Climate-first 5 ปี — เริ่มจาก climate ก่อน แล้วค่อยขยายไป social และ governance topics อื่น ๆ
  • ค่อย ๆ ขยายขอบเขตจาก climate-related ไปสู่ full sustainability-related financial information

สิ่งที่ SET50 ต้องเตรียมในปี 2026

1. Governance บอร์ดต้องเข้าใจและกำกับ
บอร์ดต้องแสดงให้เห็นว่ามีกระบวนการกำกับดูแลความเสี่ยงและโอกาสด้านความยั่งยืน รวมถึงการมอบหมายความรับผิดชอบ การรายงานต่อบอร์ด และการใช้ข้อมูลในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์

2. Strategy ต้องอธิบายผลกระทบจริง
ต้องเปิดเผยว่าความเสี่ยงและโอกาสด้านสภาพอากาศส่งผลต่อ business model, value chain, กระแสเงินสด และกลยุทธ์ในระยะสั้น กลาง และยาวอย่างไร รวมถึง climate resilience assessment (เช่น scenario analysis)

3. Risk Management ต้องบูรณาการ
ต้องอธิบายกระบวนการระบุ ประเมิน จัดลำดับ และจัดการความเสี่ยงด้านสภาพอากาศ และวิธีที่กระบวนการนี้ถูกบูรณาการเข้ากับ enterprise risk management โดยรวม

4. Metrics & Targets ต้องวัดได้จริง
ต้องเปิดเผยตัวชี้วัดที่ใช้วัด จัดการ และติดตามความเสี่ยงและโอกาสด้านสภาพอากาศ รวมถึง:

  • Greenhouse gas emissions แยก Scope 1, 2 และ 3 (อาจใช้ relief ในปีแรก)
  • การเปลี่ยนแปลงของภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจาก transition risk
  • จำนวนทุน (capex/investment) ที่ใช้กับ low-carbon transition
  • เป้าหมายที่ตั้งไว้ และผลการดำเนินงานเทียบกับเป้าหมาย

ความท้าทายที่ SET50 จะเจอ

ความท้าทาย #1: Scope 3 Emissions
Scope 3 (value chain emissions) เป็นส่วนที่ซับซ้อนที่สุดเพราะต้องเก็บข้อมูลจาก supplier และ customer แม้จะมี relief ในปีแรก แต่บริษัทควรเริ่มสำรวจและออกแบบ data collection framework ตั้งแต่บัดนี้

ความท้าทาย #2: Climate Scenario Analysis
การวิเคราะห์สถานการณ์สภาพอากาศ (เช่น 1.5°C, 2°C, 3°C scenarios) เป็นสิ่งที่บริษัทไทยส่วนใหญ่ยังไม่เคยทำ ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านและข้อมูลทางเทคนิค

ความท้าทาย #3: Financial Impact Quantification
การเชื่อมโยงความเสี่ยงด้านสภาพอากาศเข้ากับผลกระทบทางการเงิน (financial impact) ต้องการการทำงานร่วมระหว่างทีม ESG และทีมการเงิน ซึ่งหลายองค์กรยังทำงานแบบ silo

คำแนะนำจาก ESG PRO:  อย่ารอปี 2026 ถึงค่อยเริ่ม เพราะการจัดทำ data collection system และ scenario analysis ต้องใช้เวลา 12–18 เดือน SET50 ควรเริ่ม gap assessment ในไตรมาส 3–4 ของปี 2025 เพื่อให้พร้อมเปิดเผยใน 56-1 One Report ปี 2026 ได้ครบถ้วน


Sources / แหล่งอ้างอิง

  • SEC Thailand — Sustainability Disclosure Roadmap consultation — sec.or.th
  • IFRS Foundation — Thailand Jurisdictional Snapshot — ifrs.org
  • IAS Plus — Thailand ISSB consultation — iasplus.com
  • SET Sustainability Hub — New IPOs & ISSB — setsustainability.com

บทความที่เกี่ยวข้อง
กำไร!! ของการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน (ESG)
การขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน (ESG) มีประโยชน์หรือผลตอบแทนอย่างไร สามารถอ่านเพื่มเติมได้ที่นี่
กลไกคาร์บอนของไทยกำลังมา: Carbon Pricing คืออะไร และทำไมธุรกิจต้องเริ่มสนใจตอนนี้
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการจัดการก๊าซเรือนกระจก ภายใต้ (ร่าง) พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหนึ่งในหัวใจสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ คือการนำ กลไกราคาคาร์บอน (Carbon Pricing Instrument) มาใช้ เพื่อทำให้การลดก๊าซเรือนกระจกไม่ใช่แค่เรื่องความสมัครใจอีกต่อไป
พลังงานสะอาด เกี่ยวข้องกับ CBAM และ ESG อย่างไร?
พลังงานสะอาด หรือ พลังงานหมุนเวียน คือพลังงานที่ใช้แล้วไม่หมดไป เช่น พลังงานแสงอาทิตย์, พลังงานลม, พลังงานน้ำ, พลังงานชีวมวล, และพลังงานความร้อน ทุกขั้นตอนตั้งแต่การสร้าง การใช้ และการจัดการของเสียไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมเหมือนพลังงานฟอสซิล
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy